กกต.รณรงค์ประชามติโค้งสุดท้าย เชิญกลุ่มเห็นต่าง-ไอลอว์-ประชาธิปไตยใหม่ ร่วมเวที

กกต.เร่งรณรงค์ประชามติโค้งสุดท้าย เชิญกลุ่มเห็นต่าง-ประชาธิปไตยใหม่ เปิดอภิปราย เลือกประเด็นปัญหา ที่มานายกฯ บัตรทอง เรียนฟรี ฯลฯ ถกเถียงเนื้อหา รธน. 10 วัน เริ่ม 25 ก.ค.พร้อมเตรียมว่าจ้างสื่อพิมพ์รธน.ทั้งฉบับ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงการประสานกับสถานีโทรทัศน์เพื่อจัดเวทีถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับเห็นต่างถกเนื้อหาช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการทำประชามติ 7 สิงหาคมนี้ ว่า ได้หารือกับสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอสแล้ว ว่าจะมีการจัดรายการถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเผยแพร่ระหว่างเวลา 13.00 น. – 14.00 น. เป็นเวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน รวม 10 ครั้งใน 10 วันระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ซึ่งการจัดเวทีถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทางสถานีโทรทัศน์นั้น กกต. เป็นผู้กำหนดประเด็นเนื้อหาทั้งหมด 10 หัวข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหากระทบความเป็นอยู่ใกล้ตัวเกี่ยวกับสิทธิที่ประชาชนมีความห่วงใย และมีการปล่อยข่าวให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดมาตลอด เช่น บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค เบี้ยผู้สูงวัย การศึกษาฟรี 12 ปี การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการรักษาอธิปไตยของชาติ และอาจมีประเด็นการเมืองที่เป็นที่สนใจ เช่น ที่มานายกฯ เป็นต้น

นายสมชัย กล่าวว่า เราจะให้มีกลุ่มนักวิชาการจากเครือข่าย ไอลอว์ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มาร่วมเวทีในฐานะที่เป็นผู้เสนอขอให้มีเวทีพูดคุยอย่างเสรี จำนวน 4 ครั้ง เชิญกลุ่มตัวแทนภาคประชาชนทั่วไปอีก 6 ครั้ง และจะพยายามเชิญตัวแทนจาก กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) มาร่วมถกปัญหา ภายใต้บรรยากาศของการพูดคุยกันที่เป็นสาระ ไม่มีการใช้สำนวนตีรวน เอาชนะ ปลุกระดมหรือเอาแต่ความสนุกสนาน แต่เป็นสุภาพชนในฐานะที่แสดงความห่วงใยต่อเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการควบคุมไม่ให้เกิดสภาพฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นเสียงข้างมากรุมอีกฝ่าย และจะเป็นการบันทึกเทปเพื่อเพื่อแพร่ไม่ใช่รายการสดแต่อย่างใด”นายสมชัย กล่าว

ขณะที่ นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีการตีพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย ว่า เราจะเริ่มทะยอยตีพิมพ์ตั้งแต่ 21 กรกฎาคมเป็นต้นไป เบื้องต้น กกต. ได้เตรียมวงเงิน ค่าใช้จ่าย 10 ล้านบาท สำหรับการซื้อเนื้อที่หนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย 8 ฉบับ ได้แก่ เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน แนวหน้า คมชัดลึก ฯลฯ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์คอการเมืองที่มียอดพิมพ์รวมต่อวันราว 5 ล้านฉบับ และจะขออนุมัติตามมาอีก 2 ฉบับได้แก่ ไทยโพสต์ และโพสต์ทูเดย์ โดยจะตีพิมพ์ฉบับละ 1 วันไล่กันไป พิมพ์เพิ่มเป็น 8 หน้า หรือเพิ่ม 2 คู่กระดาษ เพิ่มเติมจากจำนวนหน้ากระดาษปกติ และกำหนดว่าต้องใช้ขนาดตัวอักษรที่ไม่เล็กกว่าขนาดตัวอักษรในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ๆ และหากมีพื้นที่เหลือก็จะตีพิมพ์ลิ้งค์เวปไซด์อื่นๆ ของ กกต. ที่จะให้ความรู้และเชิญชวนไปออกเสียงประชามติทาง ทั้งนี้ เจตนาของ กกต. คือต้องการเผยแพร่ให้มากที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งตกแล้วฉบับละไม่เกิน 2 บาท ถูกกว่าหาก กกต. จัดพิมพ์และเผยแพร่เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย เพื่อให้ชาวต่างชาติ องค์กรต่างชาติ และทูตต่างชาติในประเทศไทยมีโอกาสเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ นายธนิศร์ กล่าวว่า กกต.มีแนวคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ติดขัดที่ไม่มีหน่วยงานที่แปล แล้ว กรธ. ให้การรับรองว่าถูกต้องอย่างเป็นทางการ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดในการเผยแพร่มันเกิดกว่าที่ กกต. จะรับผิดชอบได้

บทความก่อนหน้านี้อบต.กุดลาด โชว์ต้นเทียนทองคำขนาด 3 คนโอบ ก่อนร่วมแห่เทียนพรรษาอุบลฯ
บทความถัดไปสาวๆมิสยูนิเวิร์ส ขอนำเทรนด์รักษ์โลก ร่วมปลูกป่า – ปั่นจักรยานลดโลกร้อน