‘เพื่อไทย’ จี้รัฐใช้เงิน 1 ล้านล้านให้เกิดประโยชน์ ติงยืดเคอร์ฟิวมองมิติเดียว ชี้กระทบธุรกิจ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่างถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต่ออายุ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ออกไปอีก 1 เดือน เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยระบุเป็นไปคำแนะนำของข้าราชการประจำ ที่ทำงานอยู่ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ว่า ถือเป็นการมองในมิติเดียว และเป็นการสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตให้ประชาชนในทุกมิติ
หลังจากนี้เชื่อว่า สังคมไทยจะเปลี่ยนไป จากการขยายเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อการธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน มีการจ้างงานน้อยลงและมีคนตกงานจะมากขึ้น ดังนั้นรัฐต้องมีแผนงานในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในภาพรวม ทุกอาชีพอย่างชัดเจนและทั่วถึง รวมทั้งต้องเร่งในการสร้างงานสร้างอาชีพ พร้อมกันนี้รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาว ทุกภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างรายได้ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อวางรากฐานในอนาคตของประเทศไทย
นายจักรพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้น การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับสังคมไทย แต่มาตรการที่ออกมา กำลังทำให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความลำบาก รัฐกำลังเปลี่ยนธารน้ำใจของผู้ใจบุญเป็นความเหนื่อยหน่าย ด้วยกฎระเบียบที่รัฐออกมาทำให้มีขั้นตอนมากมายในการแจกจ่ายอาหารเพื่อช่วยเหลือประชาชน แทนที่รัฐจะจัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวก ทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหาร ควรเข้ามาร่วมมือกับประชาชนในการจัดระเบียบการแจกอาหารเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะเกิดประโยชน์กว่าการสั่งการมาจากส่วนกลางโดยไม่คำนึงถึงพื้นที่และความลำบากของประชาชน
หลังจากนี้ มาตรการที่จะออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ต้องทำอย่างจริงจังเพื่อหยุดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งมาตรการ การตรวจหาผู้ติดเชื้ออย่างจริงจัง การกักกลุ่มเสี่ยงอย่างมีมาตรฐานและป้องกันการกลับไปป่วยรอบ 2 ของประชาชน รัฐบาลควรใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในการปกป้องชีวิตประชาชน เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลกู้มาควรใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

