‘ศรีสุวรรณ’บุก สตง.จี้สอบหน้ากากผ้ากระทรวงอุตฯ ผลิตแจกใช้งบ 65 ล้าน ส่อเจตนาเลี่ยงกฎหมาย

‘ศรีสุวรรณ’บุก สตง.จี้สอบหน้ากากผ้ากระทรวงอุตฯ ผลิตแจกใช้งบ 65 ล้าน ส่อเจตนาเลี่ยงกฎหมาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เมษายน ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบหน้ากากอนามัยชนิดผ้าของกระทรวงอุตสาหกรรมว่ามีคุณภาพคุ้มค่าต่อเงินแผ่นดินหรือไม่ จากกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย งบกลาง จำนวน 65 ล้านบาท ให้กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อผลิตหน้ากากผ้าและแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงจำนวน 10 ล้านชิ้น เพิ่มเติมจากที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย และป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

“ปรากฏว่าหน้ากากผ้าที่แจกจ่ายให้ประชาชนจริง ผ่านระบบไปรษณีย์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเรื่องจำนวนที่แจกเพียงแค่ครอบครัวละ 1 ชิ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องแจกจ่ายให้กับประชาชน 1 คนต่อ 1 ชิ้น และจากข้อมูลประกาศสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย เฉพาะประชากร กทม.มี 5.6 ล้านคน ไม่นับรวมจังหวัดในปริมณฑล ที่มีประชากรรวมแล้วกว่า 4.6 ล้านคน

การดำเนินการขณะนี้การจัดส่งยังไม่ทั่วถึง ชี้ให้เห็นว่าเป็นการแจกจ่ายที่ไม่ทั่วถึงทุกครัวเรือน แต่กลับมาอ้างว่า หากผู้ใดไม่ได้รับให้โทรศัพท์ไปแจ้งหรือแจ้งผ่านระบบสารสนเทศ ซึ่งหน้ากากผ้าทั้งราคาและคุณภาพยังเป็นปัญหา จึงไม่มีใครเสียเวลาเสียเงินไปแจ้ง”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นหน้ากากอนามัยชนิดผ้าของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรองรับ อาจเป็นเพราะต้องการหลบเลี่ยงกฎหมาย ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทั้ง ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

แต่เมื่อมาดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 กลับใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี มอก.รองรับ แต่ใช้มาตรการแก้หน้า คือ การออกประกาศเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 เรื่อง ข้อแนะนำคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับ

“การกระทำดังกล่าวเห็นว่าน่าจะเป็นการหลบเลี่ยงการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4012 พ.ศ.2552 ออกตามความใน พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ดังนั้นจึงเป็นคำถามของคนในสังคมว่าเมื่อหน้ากากไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมรองรับเอามาแจกให้ประชาชนทำไม และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจำนวน 65 ล้านบาทดังกล่าว จะมีประสิทธิผลและคุ้มค่าหรือไม่”นายศรีสุวรรณกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon