สืบเนื่องกรณีการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อสร้างสวนสาธารณะโดย กทม. ตามแผนแม่บทเมื่อ 50 ปีก่อน ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อมานาน 24 ปี โดยมีความพยายามในการพูดคุยเพื่อหาทางออกหลายครั้ง ต่อมาชุมชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และยื่นจดหมายคณะกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ขอให้ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการจัดตั้ง “คณะกรรมการหลายฝ่าย” รวมถึงจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมายืนยันว่าจะดำเนินการรื้อถอน โดยตั้งเป้าไว้ 10 หลังคาเรือนภายในต้นเดือน
นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตนวางแผนขอเข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. และคณะทำงาน เพื่อเสนอแนวทางว่าควรเป็นไปตามข้อเสนอของนักวิชาการด้านโบราณคดีในมุมมองใหม่ที่สนับสนุนให้ชุมชนดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยในช่วงที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธ์โดยตั้งข้อหาต่างๆ อยากให้ทำความดีกับกทม.
“วางแผนว่าอยากไปคุยกับมรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรและทีมงาน เรื่องชุมชนป้อมมหากาฬว่าควรเป็นไปตามข้อเสนอของนักวิชาการด้านโบราณคดีในมุมมองใหม่ ว่าโบราณสถานไม่ใช่แค่วังกับวัด หรือกำแพงเมือง และป้อม แต่เป็นชุมชนที่สืบทอดประวัติศาสตร์วัฒนธรรมมานานแล้ว ถ้ากทม. เปลี่ยนทัศนคติ จะทำให้เมืองน่าอยู่ เป็นแหล่งที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์มีชีวิต
ในช่วงที่มรว.สุขุมพันธ์โดนตั้งข้อหาต่างๆมากมาย อยากให้ท่านทำความดีกับกรุงเทพมหานคร โดยการจรรโลงชุมชนป้อมมหากาฬไว้ เพราะท่านเกิดในราชสกุลสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์
ปัญหานี้ มีการเจรจามานานถึง 24 ปีแล้ว ประชาชนนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าวันไหน กทม. จะมารื้อถอน เรื่องที่กทม. ควรทำอย่างเร่งด่วนมีมากมาย แต่เรื่องชุมชนป้อมมหากาฬควรดำเนินการบนพื้นฐานของประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นงานเชิงบวกของกทม. อย่างยิ่ง
วันที่ 21-22 กค. นี้จะมีการประชุมอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน คงหารือกันเรื่องนี้ว่าเราจะย่างก้าวอย่างไรจึงจะเป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพราะป้อมมหากาฬไม่ใช่แค่มรดกของกทม. แต่เป็นมรดกของคนกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งหมด” นางเตือนใจกล่าว

