มท.2 ลงยะลา แนะส่วนราชการ เร่งแจกพันธุ์สัตว์-เมล็ดพืช รอพลิกโอกาส ฟื้นตัวหลังโควิด

นิพนธ์ลุยยะลา ติดตามแผนพัฒนาภาคใต้ ชูเศรษฐกิจชุมชน ให้ ปชช.มีรายได้ ชี้จุดแข็งไทยด้านเกษตร นำไทยฟื้นตัวได้เร็วหลังโควิด พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ จนท.ด่านโควิด

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อประชุมติดตามการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดน พร้อมติดตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน ในกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐ (บัตรสีชมพู) โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รองผู้ว่าฯ เลขาธิการ ศอ.บต. และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดยะลาเข้าร่วมประชุม และรายงานถึงผลการดำเนินงาน

นายนิพนธ์กล่าวว่า การดำเนินตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดนนั้น จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดศูนย์กลางในการบูรณาการแผนของกลุ่มจังหวัดและภาคฯ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการเบิกจ่ายเงินของกลุ่มจังหวัดนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสำนักงบประมาณได้แจ้งว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณในกลุ่มจังหวัดเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และต้องยอมรับว่า ตั้งแต่การเบิกงบประมาณออกมามีความล่าช้า และเมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างตามมา จึงก่อให้เกิดความล่าช้า ดังนั้น โครงการไหนที่มีการเร่งรัด ก็ขอให้ทางจังหวัดช่วยเร่งรัดในการเบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงต้องการให้เกิดการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน เหมือนกับคราวที่ได้มีการประชุมที่ผ่านมาที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องการสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากให้มีการบรรจุแผนในการพัฒนาภาคใต้ชายแดนในงบประมาณให้ได้สัดส่วนที่มากที่สุด ซึ่งในส่วนของงบประมาณรายจ่ายต่างๆ ก็ดี งบบูรณาการกลุ่มจังหวัด มีอะไรที่แนะนำไปสู่การแก้ไขปลี่ยนแปลงก็ขอให้ทางจังหวัดนำเสนอมาได้ โดยเฉพาะกับโครงการที่เป็นงบประมาณในการลงทุน อยากให้ดำเนินการไปตามแผนพัฒนาจังหวัดก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

นายนิพนธ์กล่าวว่า ส่วนกรณีของงบประมาณที่เหลือจ่าย การโอนเปลี่ยนแปลงก็ขอให้เน้นไปที่การสร้างงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการเตรียมในเรื่องจองและกันงบประมาณ ในส่วนของการจ้างงานในพื้นที่ โดยในปี 2563 ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้จัดเตรียมงบประมาณที่มีอยู่ราว 3,000 ล้านบาท ในการจ้างงานให้แก่ประชาชนในพื้นที่แล้ว สำหรับโครงการที่ต้องการให้มีการสนับสนุนคือโครงการในด้านสาธารณสุข และโครงการในส่วนของภัยพิบัติภัยแล้ง หรืออุทกภัย พร้อมทั้งต้องการให้มีการประสานงานแบบบูรณาการในพื้นที่ ให้มีการพูดคุยกับทางสภาพัฒน์ในการที่จะให้ ศอ.บต.เข้าร่วมในการทำงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงคณะอนุกรรมการต่อไป ส่วนประเด็นในเรื่องของงบประมาณรายละเอียดการปรับปรุงในปีงบประมาณ 2564 น่าจะมีการขยายเพราะมีการปรับปรุงงบประมาณ เนื่องจากมีการนำไปใช้ในส่วนของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม งบประมาณในปีนี้ก็ไม่น่าจะล่าช้ากว่าปีที่แล้ว ดังนั้น จึงขอฝากในเรื่องของโครงการซึ่งต้องมีการทำให้ถูกต้อง มีแบบแผน ในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

“ในเรื่องของการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันนั้น กระทรวงพาณิชย์มีการประสานให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยตรวจสอบการขึ้นทะเบียน เพื่อประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ทั้งที่ทำกินในที่ดินตนเอง และทำกินในที่ดินของรัฐ ซึ่งเราเรียกว่าบัตรสีชมพูและบัตรสีเขียวว่ามีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร ที่ทำให้เกษตรกรยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ทั้งหมด ซึ่งทางจังหวัดยะลาเองก็ได้รับไปดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลจะดูแลเกษตรกรล้านครัวเรือน ตามบัญชีที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรฯ”

Advertisement

นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องของปากท้องประชาชน และเศรษฐกิจชุมชน เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ภาคราชการและท้องถิ่นต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง สิ่งที่กังวลคือการแจกอาหารการกิน เพราะอาจมีการซ้ำซ้อนจึงต้องแบ่งระยะการแจกให้ชัดเจน ทางกระทรวงมหาดไทยเองก็พยายามที่จะหาทางช่วยเหลือ ในสิ่งที่ทางจังหวัดหรือท้องถิ่นมีความกังวลในเรื่องดังกล่าว โดยให้รายงานไปยังกระทรวงเพื่อรวบรวมและสั่งการแก้ไขต่อไป แต่การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนขอฝากไปยังภาคราชการและท้องถิ่นได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินการ ที่ทำอย่างไรจะให้ภาคครัวเรือนมีการผลิตแบบเลี้ยงชีพตัวเอง โดยการปลูกพืชผลในระยะสั้น ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างรายได้ให้ตัวเอง หน่วยใดมีความพร้อมก่อน หน้างานไม่ได้ผลกระทบจากเรื่องของโควิด-19 มากนักก็ดำเนินการทันที โดยระยะแรกต้องมีการสนับสนุนพันธุ์พืช หรือพันธุ์สัตว์แก่ประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ท้องถิ่นมาแจก พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีอาหารการกิน

“คาดหวังว่า เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้วประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่ฟื้นตัวในระดับต้นๆ เพราะเราเป็นประเทศที่สามารถผลิตอาหารได้ และเกษตรกรก็ยังมีรายได้ในเรื่องของพืชเกษตร และต่อไปนี้การบริโภคของคนในสังคม ก็จะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยและในเรื่องของสุขภาพ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ อาหารที่เป็นพืชผัก จึงต้องมีการเตรียมพื้นที่เพื่อที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในฐานะที่เราเป็นประเทศที่ผลิตอาหารให้คนทั้งโลก ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปในขณะนี้ ซึ่งทราบดีอาหารยังคงเป็นปัจจัยหลักอยู่ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนพึ่งตนเองเป็นทางที่ดีที่สุด โดยใช้ศักยภาพของการเกษตรในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางปฏิบัติ เป็นการสร้างครัวเรือน สร้างรายได้ให้จังหวัดจากยุทธศาสตร์ประเทศไทยเป็นครัวอาหารของโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ นำพาประเทศไทยไปสู่จุดนั้นให้ได้” นายนิพนธ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายนิพนธ์ยังได้เดินทางไปยังจุดตรวจโควิด-19 ซึ่งเป็นจุดคัดกรองผู้ที่จะเดินทางมายังจังหวัดยะลา เพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และรับฟังการสรุปสถานการณ์โดยรวมบริเวณด่านจุดตรวจโควิด-19 พร้อมกับมอบกระเช้าสุขภาพและเงินสนับสนุนแก่เจ้าหน้าที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายอำเภอเมืองยะลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามลงพื้นที่ พร้อมทั้ง เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบริเวณจุดตรวจด่านคัดกรองโควิด-19 อีกด้วย

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image