ฝ่ายค้านจ่อยื่น 210 ชื่อส.ส. เปิดสภาวิสามัญ แต่เสียงไม่พอ ขออีก 36 เสียง ฟากรัฐบาล-ส.ว.

“ฝ่ายค้านเตรียมยื่น 210 รายชื่อส.ส.” ให้เลขาฯ สภาฯ “ชลน่าน” ขออีก 36 เสียง ส.ส.ฟากรัฐบาล-ส.ว.ร่วมเปิดสภาฯ วิสามัญ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภสคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ในวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านรวม 210 คนต่อเลขาธิการสภาฯ เพื่อประกาศเชิญชวน ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.มาร่วมลงชื่อ เพื่อขอเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาโควิด-19 และการเสนอให้ใช้ พ.ร.ก.กู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เราหวังว่า ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.จะมาร่วมลงชื่อให้กับฝ่ายค้าน เพราะเป็นการลงชื่อเป็นรายบุคคล ไม่ต้องมีต้นสังกัดพรรค ซึ่งเราขาดอีกเพียง 36 เสียงเท่านั้น ทั้งนี้ ฝ่ายค้านเราทำถึงที่สุดแล้ว ส่วนจะสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ 6 พรรคฝ่ายค้าน อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ พร้อมด้วย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน นาย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรค ก.ก.นายสงคราม ติดเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ(พ.พ.ช.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย(พลท.) นาย สุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ(ปช.) นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ โฆษกพรรคเสรีรวมไทย(สร.) ได้รวบรวมรายชื่อ 210 คนเพื่อยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยเนื้อหนังสือดังกล่าวระบุ ขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่ออภิปรายสถานการณ์โควิด-19 การประกาศพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่มีข้อห้ามต่างๆส่งผลกระทบต่อประชาชน และออก พ.ร.ก.3ฉบับในการกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ภายในประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ กรณีจึงถือเป็นความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่ สมควรจะมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันพิจารณาทางแก้ปัญหาการ แพร่ระบาดของโรค และพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับข้างต้นต่อไป สมาชิกรัฐสภาผู้มีรายชื่อตามหนังสือนี้ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า1ใน3ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง2สภา จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 123 กราบเรียนมาเพื่อโปรดนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภา เป็นการประชุมสมัยวิสามัญต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon