หน้าแรก การเมือง “เพื่อไทย” แถ...

“เพื่อไทย” แถลงจี้รัฐคลายล็อก-ผ่อนปรน 5 ข้อ แนะเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้กม.ปกติ เพียงพอ

8.05.20 | 12:28 น.
“เพื่อไทย” แถลงจี้รัฐคลายล็อก-ผ่อนปรน 5 ข้อ พร้อมจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัด และส่วนกลาง ตรวจสอบปม “สหายแสง” ตั้งวง

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคพท. และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคพท. ร่วมกันแถลงความเห็นกรณีการคลายล็อค และผ่อนปรนมาตรการต่างๆของรัฐบาล

โดย น.อ.อนุดิษฐ์​ กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพท.เห็นด้วยกับการคลายล็อค และผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติเร็วที่สุด โดยยังต้องเข้มงวดและรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเอาไว้ สำหรับความสำเร็จของมาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมา พรรคพท.ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกัน จนกระทั่งสามารถลดอัตราผู้ติดเชื้อลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาลก็ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างแสนสาหัส เพราะต้องตกงานหรือรายได้ลดลง แม้รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย 5,000 บาทเยียวยาให้กับผู้เดือดร้อน แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง และเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนก็คือ ต้องปลดล็อค และผ่อนปรนมาตรการต่างๆที่ไม่จำเป็นต่อการควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยพรรคพท.มีข้อเสนอแนะดังนี้

1.รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน หากรัฐสร้างเงื่อนไขเพื่อควบคุมประชาชนมากเกินไป ย่อมทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม ดังนั้นรัฐควรยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคออกไปทุกข้อ ยกตัวอย่างเช่น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านอาหารที่กำหนดให้ทุกโต๊ะนั่งได้คนเดียว กรณีแบบนี้ควรอนุโลมได้ถ้าลูกค้ามาจากครอบครัวเดียวกัน เป็นต้น 2.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆที่ไม่กระทบกับการควบคุมโรคเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด โดยต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนอย่างเต็มที่ เช่น รัฐควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ขนส่งสาธารณะ เรือ เพื่อลดจำนวนความแออัด หนาแน่นของประชาชนที่ใช้บริการ และฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกเที่ยว และควรมีมาตรการผ่อนปรนให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเปิดใช้งานได้ เช่น ตามตึกในที่ทำงาน และห้างสรรพสินค้า ฟู้ดคอร์ท ควรเปิดได้เพื่อสนับสนุนกับการปลดล็อคดาวน์ให้ประชาชนที่กลับมาทำงาน 3.รัฐควรผ่อนปรนเรื่องกำหนดเวลาเคอร์ฟิว ในเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และคนไทยมีวินัยในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นสูงขนาดนี้ การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่ใช้อยู่ในขณะนี้ จึงเกินความจำเป็นและกลายเป็นอุปสรรคกับการทำมาหากินของคนหลากหลายอาชีพ เช่น รถรับจ้าง ร้านอาหารรอบดึก สายการบิน รถทัวร์​ ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจส่งออก ฯลฯ ดังนั้นพรรคพท.จึงเห็นว่ารัฐบาลควรผ่อนคลายเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลง หรือควรยกเลิกไปได้แล้ว

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าววาา 4.รัฐควรมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด ไม่ให้ใช้อำนาจจากมาตรการของรัฐ ถือโอกาสฉกฉวยแสวงประโยชน์จากประชาชน เพราะหากยังโดนเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถด้วยการอ้างเหตุผลจากเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้หนักมากขึ้น ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องมีพฤติกรรมเช่นนี้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด และ 5.รัฐควรพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) และนำ พ.ร.บ.โรคติดต่อ มาบังคับใช้แทน เพราะการบังคับใช้มาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมาดำเนินการมาอย่างได้ผล และสถานการณ์แพร่ระบาดมีแนวโน้มดีขึ้นมาเป็นลำดับ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ พรก.ฉุกเฉินอีกต่อไป นอกจากนี้ ขณะนี้ เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นพ.ร.ก.ถือว่าถูกบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการใช้เงินดังกล่าวต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ และประชาชน การที่รัฐยังสร้างเงื่อนไขกับประชาชนเกินความจำเป็น ย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย พรรคพท.จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอของพรรค และฟังเสียงของประชาชน และนำมาสู่การคลายล็อค และผ่อนคลายมาตรการต่างๆตามสถานการณ์ที่แท้จริง

ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวว่า วันนี้ New Normal ทำให้คนเริ่มตรวจสอบกันเอง อย่างกรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่มีการโพสภาพเก่าเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เป็นภาพที่ถือกระป๋องเครื่องดื่มคล้ายกับเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง และบนโต๊ะก็มีคนนั่งล้อมวงทานข้าวปลาอาหาร และเครื่องดื่มที่ว่านี้ และยังโพสเชิญชวนให้คนมาร่วมทาน ร่วมดื่มด้วยกัน โดยลักษณะการนั่งเป็นการนั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ถ้าอธิบายให้เห็นภาพคือ สหายแสงวันนั้น เต็มเหนี่ยว วันนี้ภาคประชาสังคมก็ตรวจสอบ และตั้งคำถามว่า ตอนที่พรรคพท. และฝ่ายค้านเสนอขอเปิดสภาฯวิสามัญถกเรื่องโควิด-19 มีคนบอกว่า ถ้าติดขึ้นมาจะว่าอย่างไร ยังไม่ไว้วางใจ เปิดไม่ได้ แต่วันนี้ท่านอยู่บ้าน แต่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สุ่มเสี่ยง และคนไม่สบายใจ และผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ออกประกาศห้ามจำหน่ายเหล้า-เบียร์ ยาวไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม และห้ามตั้งวงสังสรรค์ที่จะนำไปสู่การแพร่ระบาดของไวรัส วันนี้ ประชาชนเริ่มตรวจสอบกันเองแล้ว ดังนั้น คุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมืองต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย และต้องสามารถตรวจสอบได้ จึงขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ และผู้ว่าฯ ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในจังหวัด และส่วนกลาง เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ และต้องมีคำตอบให้ประชาชน

Advertisement