หน้าแรก การเมือง 209 ส.ส.ฝ่ายค...

209 ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่น สภาฯเป็นตัวกลาง ดึงส.ส.-ส.ว.ลงชื่อร่วมเปิดวิสามัญฯถกงบโควิด

8.05.20 | 13:38 น.
209 ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่น สภาฯเป็นตัวกลาง ดึงส.ส.-ส.ว.ลงชื่อร่วมเปิดวิสามัญฯ ถกแก้ปัญหาโควิด หวั่น รบ.ตีเช็คเปล่า ใช้เงินกู้เแบบไร้การตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้นำรายชื่อ 209 ส.ส.ฝ่ายค้าน เข้ายื่นต่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแสดงความจำนงในการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ ในการหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตามมาตรา 123 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้การเปิดประชุมสมัยวิสามัญสามารถทำได้ 2 ทาง คือ 1.การให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ 2.ส.ส.และส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เข้าชื่อกันเพื่อขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ไปแสดงความจำนงต่อรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปิดประชุมวิสามัญ แต่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือ วิปรัฐบาล เห็นว่า การเปิดประชุมสมัยวิสามัญยังไม่มีความจำเป็น

“ฝ่ายค้านที่มีรายชื่ออยู่ในมือ 209 คน ยังไม่ครบ 244 คน ตามจำนวน จึงต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการรัฐสภา เพื่อขอให้สำนักงานเลขาสภาผู้แทนฯ เป็นตัวกลาง ในการให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หรือส.ว.ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ มาลงชื่อร่วมกับฝ่ายค้านได้ สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายที่ว่า หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญฯ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เพราะส.ส.บางส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น ส่วนตัวคิดว่าในภาพรวมสภามีความพร้อมในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งสภาฯได้มีการจัดที่นั่งให้ ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว รวมทั้งจะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดจึงคิดว่า จากการดำเนินการของสภาทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน นายพิจารณ์ กล่าวว่า สำหรับความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เป็นการเร่งด่วน เพราะ 1.รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นจำนวนเงินสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการพิจารณาใช้เงินกู้นั้นมีแต่เพียงคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐสภาต้องเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรา พ.ร.ก.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่อาจจะมีการกำหนดให้รัฐบาลใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้การใช้เงินกลายเป็นเบี้ยหัวแตก รวมไปถึงการตรา พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมีความกังวลว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะมีการเลือกปฏิบัติจนทำให้ไม่ได้มีการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีกรณีของพ.ร.ก.โอนงบประมาณ ที่ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณ กำหนดให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระภายในวันเดียว ในเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ทำไมถึงไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เพื่อให้รัฐสภาช่วยกันให้ความเห็นและตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

“แม้จะเปิดเร็วขึ้นเพียงวันเดียวก็เปนประโยชน์ เพราะวันนี้ประชาชนรอไม่ได้ ยิ่งเปิดประชุมเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะควรใช้เวลาในการพิจารณาและให้ความเห็นถึงแนวทางในการใช้งบประมาณเพื่อป้องกันการตีเช็กเปล่าให้รับบาลใช้เงินโดนยตามอำเภอใจ หากช้าออกไปทำให้เหลือเวลาไม่มาก และยังเป็นการสะท้อนว่า รับบาลกำลังกลัวการถูกวิจารณ์ กลัวการถูกตรวจสอบ” นายพิจารณ์ กล่าว