บทนำ : งบกับภัยแล้ง

9.05.20 | 13:00 น.

 

งบกับภัยแล้ง

ขณะที่ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนัก อีกปัญหาที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนยิ่งเพิ่มความยุ่งยากคือภัยแล้ง ข้อสังเกตและคำถามจากผู้แทนฯภาคอีสาน คือ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาน่าสนใจว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงมาก ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้งบประมาณนับหมื่นนับแสนล้านในการแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ให้หน่วยงานไปขุดบ่อกักเก็บน้ำ สุดท้ายเกิดข้อสงสัยว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ ล่าสุด เตรียมอนุมัติอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งยังสงสัยว่าจะใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ส.ส.อุบลราชธานีกล่าวอีกว่า ในปี 2563 รัฐบาลวางแผนงานแก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ โดยจัดสรรงบ 2563 เกือบ 6 หมื่นล้านบาท และในปี 2564 จะวางรากฐานแหล่งน้ำให้ได้ โดยมีโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นเพียงแผนงานที่อยู่ในกระดาษ ส่วนใหญ่
งบประมาณแก้ภัยแล้งจะมุ่งไปที่การขุด
ลอกคูคลอง ซึ่งขุดไว้แต่ไม่มีน้ำจึงไม่เกิดประโยชน์ การแก้ภัยแล้งของรัฐบาลในหลายปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า รัฐบาลต้องคิดใหม่ คือการหาแหล่งน้ำต้นทุนกักเก็บน้ำที่ชัดเจน ไม่ใช่ฝนตกไม่มีที่เก็บน้ำ ต้องคิดถึงการสร้างบ่อเก็บกักน้ำได้แล้ว ควรใช้งบประมาณในโครงการ 1 ตำบลหนึ่งบ่อเก็บน้ำ เพื่อประชาชน ทุกวันนี้ในพื้นที่ภาคอีสานอย่าว่าแต่น้ำใช้ในการเกษตรเลย น้ำที่จะอุปโภค-บริโภคยังไม่มีใช้

ขณะนี้กำลังใกล้จะเข้าสู่ช่วงหน้าฝน แต่จะพบว่าหลายพื้นที่ไม่มีฝนตก มีอย่างน้อย 5 จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้ง และอีกนับสิบจังหวัด ขาดแคลนน้ำใช้ และถ้าฝนตกก็เกรงว่าจะไม่มีระบบกักเก็บ กลายเป็นความห่วงใยของผู้แทนฯหลายพื้นที่ การแก้ปัญหาในปีนี้ รัฐบาลควรรับฟังความเห็น เสียงสะท้อนประชาชน หรือจาก ส.ส.พื้นที่ต่างๆ รวมถึงข้อเสนอในการแก้ปัญหา ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แก้ปัญหาได้ตรงจุด และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการภัยแล้งอย่างเป็นระบบต่อไปในอนาคต

Advertisement