“อดีตรองโฆษกปชป.” จี้ “บิ๊กตู่”สอบ หน้ากากผ้า ก.อุตฯ ใช้งบ 65 ล้าน แต่สุดห่วย

12.05.20 | 11:50 น.
“อดีตรองโฆษกปชป.” จี้ “บิ๊กตู่”สอบ หน้ากากผ้า ก.อุตฯ สุดห่วย ทั้งที่ “สุริยะ “โว ได้มาตรฐาน สงสัยมีใครได้ประโยชน์จากงบ 65 ล้าน

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ขอความผ่านเฟสบุ๊ก เรื่อง “ชาวบ้านร้อง หน้ากากอนามัยกระทรวงอุตฯ สุดห่วย ซักหนเดียวย้วย คือความเฮงซวยจากการใช้งบโควิด-19 อีกแล้ว” ว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในกรุงเทพฯจำนวนหนึ่ง ด้วยปัญหาที่เหมือนกันคือได้รับหน้ากากอนามัยผ้า ตามโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมส่งให้ทางไปรษณีย์ ซึ่งโครงการนี้มีการแจกจ่ายรวม 10 ล้านชิ้น ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 65 ล้านบาท เท่ากับราคา 6.5 บาทต่อชิ้น แต่วัสดุที่นำมาผลิตกลับด้อยคุณภาพ เนื้อผ้าบางจนไม่สามารถป้องกันอะไรได้ เพราะใช้ผ้าเกรดต่ำ เมื่อนำไปซักเพียงแค่ครั้งเดียวเนื้อผ้าจะหลุดหด ย้วย พอง นำไปใช้ซ้ำไม่ได้ เนื่องจากมีใยผ้าขนผ้าหลุดยุ่ยออกมาเข้าจมูกรำคาญต่อระบบหายใจ


อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ครม.มีมติเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 เห็นชอบจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากงบกลาง จำนวน 65 ล้านบาท เพื่อผลิตหน้ากากผ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่น จำนวน 10 ล้านชิ้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม คุยไว้ว่า ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคเอกชน คัดเลือกโรงงานที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสามารถจัดหาวัตถุดิบในการผลิตที่มีคุณภาพ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด ในเรื่องข้อแนะนำคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โควิด-19 โดยผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีกระบวนการตรวจสอบคุณลักษณะและคุณภาพทั้งก่อนและหลังการผลิต เพื่อให้สามารถผลิตหน้ากากผ้าที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพและปลอดภัยจากสารเคมี ซักแล้วใช้ซ้ำได้ แต่ทำไมเมื่อมีการนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนกลับกลายเป็นของด้อยคุณภาพ ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา ถือเป็นการตบตาประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงเรื่องนี้โดยด่วน

“ผมขอเรียกร้องไปยังนายกฯ ให้ตั้งคณะกรรมการจากคนกลางตรวจสอบเรื่องนี้ทันที มีกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อสรุปผลสอบ อย่าปล่อยให้มีการนำความทุกข์ของประชาชนไปเป็นข้ออ้างแสวงหาประโยชน์ งบประมาณ 65 ล้านบาท ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ต้องทำให้เกิดความกระจ่างว่าถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เพราะนอกจากปัญหาวัสดุด้อยคุณภาพ อาจเป็นอันตรายต่อการใช้งานแล้ว ยังมีคนกทม.จำนวนมากที่ร้องเรียนว่า ไม่ได้รับหน้ากากผ้าแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่รมว.อุตสาหกรรมแถลงไว้ว่าจะแจกในกรุงเทพฯจำนวน 10 ล้านชิ้น ได้รับทุกบ้านภายในเดือนเม.ย.แต่จนถึงเดือนพ.ค.แล้ว คนกรุงเทพฯจำนวนมากยังไม่ได้รับหน้ากากผ้าดังกล่าว ท่านนายกฯต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปเฉย ๆ แต่ต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้”นายเชาว์ กล่าว

Advertisement