หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ปั๊มหั...

บิ๊กตู่ปั๊มหัวใจ”บินไทย”อุ้มครั้งสุดท้าย ก่อนมุ่ง”ล้มละลาย”

14.05.20 | 08:32 น.

บิ๊กตู่ปั๊มหัวใจ”บินไทย”อุ้มครั้งสุดท้าย ก่อนมุ่ง”ล้มละลาย”

แผนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตลอดที่ผ่านมาถูกกล่าวถึงอย่างมากว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมจะตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างไร ท่ามกลางสภาพที่ยังโงหัวไม่ขึ้นในธุรกิจการบินที่ขึ้นแหวกสู่น่านฟ้าเมื่อ 60 ปีก่อน

กรณีกระแสข่าวรัฐบาลพร้อมจะกัดฟันให้กระทรวงการคลังที่ถือหุ้นการบินไทย 51% เข้าไปช่วยค้ำประกันหนี้เงินกู้ให้อีก 5 หมื่นกว่าล้าน หลายคนส่งเสียงเตือนหนัก ๆ และดัง ๆ ว่า ไม่น่าจะส่งผลอะไรมากนัก เหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทุกวินาทีของสถานะการบินไทยท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 มีแต่เงินที่ต้องใช้หรือต้องจ่ายรออยู่ข้างหน้านับแสนล้าน

การบินไทยมิได้อยู่ในสภาพแค่ทรง แต่ทรุดลงเป็นลำดับ

หนี้สินพอกของการบินไทยยังคาอยู่ถึง 248,625 ล้านบาท หากรัฐบาลยอมอุ้มต่อโดยไม่ฟังลำโพงรอบทิศที่เอาภาษีของประชาชนได้ช่วยค้ำยันกันต่อ หนี้รวมกันพร้อมจะบานขึ้นไปอีก ท่วมทั้งต้นและดอก

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวนแสนล้านบาทตอนหนึ่งว่า “…นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะดูแลตรงนี้ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ เพราะมันค่อนข้างยากที่จะมีการปรับทั้งในองค์กร บุคลากร ปรับโครงสร้างต่าง ๆ ทั้งหมด คณะกรรมการ ผู้บริหารและสหภาพแรงงาน ทุกคนต้องร่วมมือกัน ถ้าท่านยังคงไม่ปฏิบัติตามก็จะเกิดปัญหา และลำบากไปกว่านี้ เมื่อถึงเวลาก็มีกฎหมายทุกตัว เมื่อเข้าเกณฑ์ตรงนั้นก็ต้องไปตรงนั้น รัฐบาลก็เข้าไปดูแลไม่ได้ นี้คือสิ่งที่เป็นเหตุผลและความจำเป็น”

Advertisement

อีกตอนที่กล่าวว่า “ผมขอร้องบรรดาลูกจ้าง พนักงานของการบินไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่อย่างนั้นไปไม่ได้แน่นอน และมีเหตุผลความจำเป็นต้องมีการบินไทยอยู่ ทั้งนี้ ในเรื่องของการขายตั๋ว การจัดตั้งตำแหน่งต่าง ๆ การลดรายจ่ายต่าง ๆ ที่เกินความจำเป็น ต้องนำมาแก้ไขทั้งหมด ผมให้เวลาไปแก้ไข 5 ปีแล้วก็ยังไม่สำเร็จ ฉะนั้นครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้ได้ตามนั้น ก็ต้องขอความร่วมมือจากบรรดาสหภาพต่าง ๆ ด้วย เพราะนั่นคือความเป็นความตายของท่าน อันนี้ก็ขอฝากไว้ด้วยและขอทำความเข้าใจด้วย”

ต่อเนื่องกันมา ในวันที่ 13 พ.ค. นายกฯ ได้กล่าวถึงการเข้าแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องของการบินไทยที่เป็นสายการบินประจำชาติ เริ่มชัดเจนขึ้นระหว่าง การทำแผนฟื้นฟูเหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น และอีกทางใช้กระบวนการของกฎหมายฟ้องล้มละลาย เพื่อนำไปสู่เส้นทางกระบวนการฟื้นฟูของศาลล้มละลายกลาง หยุดการเลือดไหลไม่หยุดของการบินไทยไว้ชั่วคราว และจะมีโอกาสกลับมายืนได้อีกครั้งหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์เองก็รับว่า “มันอยู่ในเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมายว่าจะทำอย่างไรเพราะเดิมมีกฎหมายอยู่ 2 ตัว คือกฎหมายของสหภาพฯ และกฎหมายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมันมีอำนาจในตัวเองของเขา ดังนั้นวิธีการที่จะเข้าไปแก้ไข ก็ต้องหาวิธีถ้าหาวิธีอื่นได้ก็ดีแต่ถ้าไม่มีก็ต้องกลับเข้าไปสู่ขั้นตอนของกฎหมายนั่นแหละ”

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ายังไม่ถึงขั้นเด็ดขาดที่จะใช้วิธีการดังกล่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้นอยู่ระหว่างที่กำลังตัดสินใจกันอยู่

ขณะที่ นเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็ยอมรับผ่าน “มติชน” ว่า รัฐบาลจะพิจารณาแบบไหน อย่างไร เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ

แต่ยังเชื่อว่า “ในมุมมองของสหภาพยังอยากที่จะมีโอกาสอยู่ต่อ สู้ต่อ มุมมองดังกล่าวอาจเป็นเพียงมุมเดียว” ก่อนจะอธิบายอีกท่อนว่า “เราเองคงจะเอามุมมองของสหภาพเพียงมุมเดียว ไปให้นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจตามเราคงเป็นไม่ได้ ดังนั้น อนาคตของเราจะเป็นอย่างไร เราให้เป็นกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะเราอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน อย่างไร ก็เชื่อว่า รัฐบาลจะยังดูแลเรา แต่จะดูแลแบบไหนต้องพิจารณาตามความเหมาะสม แต่หากเราไปตั้งเงื่อนไข เสนอว่าให้เป็นแบบไหนอย่างไร เพื่อเป็นข้อจำกัดในการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ คงจะไม่เหมาะสม”

ขณะที่ท่าทีอันขึงขังในฐานะตัวแทนสหภาพฯการบินไทย เมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา นเรศพร้อมกับกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย จำนวน 15 คน ไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านตัวแทนรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนของสหภาพฯ ต่อกรณีแผนฟื้นฟูการบินไทย

“โดยเน้นในเรื่องของสถานะคงสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจ และการอยู่ร่วมกันของหน่วยงานทุกหน่วยงานของบริษัทฯ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์รวมถึงสวัสดิการ ของพนักงานบริษัทฯ ทุกท่านตามสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิมตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ดังนั้นสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยและพนักงาน บริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการฟื้นฟูบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยขอแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการแปรรูปบริษัทฯ ด้วยการแบ่งแยกหน่วยธุรกิจของบริษัทฯ ออกจากกันหรือมีผลให้บริษัท การบินไทยพ้นสภาพจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากการบินไทย เป็นสายการบินแห่งชาติและต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงขอแสดงจุดยืนให้นายกฯ รับทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจและสั่งการต่อไป”

หลังจากนี้ต่อไป รัฐบาลที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบด้าน กำลังเริ่มนับถอยหลัง “การบินไทย” เพื่อให้ “จบ” ที่หลายคนเริ่มมองเห็นคำตอบแล้วว่าจะเป็นอย่างไร