หน้าแรก การเมือง ศรีสุวรรณ จ่อ...

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช. หลังกรมศิลป์ใช้งบ 45 ล้านบูรณะวัดพระธาตุเจดีย์หลวง 3 ปีชำรุด

16.05.20 | 11:01 น.

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช. หลังกรมศิลป์ใช้งบ 45 ล้านบูรณะวัดพระธาตุเจดีย์หลวง 3 ปีชำรุด

วันที่ 16 พฤษภาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากประชาชน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และนักท่องเที่ยวว่าไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชม กราบไหว้บูชาหลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ 1 ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวงได้ เนื่องจากถูกปิดกั้นไว้เป็นเขตอันตราย ห้ามเข้า เพราะเสาไม้ภายในวิหารมีสภาพชำรุดอย่างหนัก

ขณะที่วิหารวัดเจดีย์หลวงเชียงแสนดังกล่าว เพิ่งมีการบูรณะเมื่อปลายปี 2557-2559 เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 6.3 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 มีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.เชียงราย ทำให้องค์เจดีย์หลวงและวิหารได้รับความเสียหาย กรมศิลปากรจึงใช้งบ 45 ล้านบาท รวมทั้งประชาชนช่วยกันบริจาคเพื่อร่วมกันบูรณะ มีการจ้างเหมาบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการ แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึง 3 ปี เสาภายในวิหารผุกร่อน เนื้อไม้ยุ่ยเป็นฝุ่นผง มีเชื้อราสีดำคล้ำ บางส่วนแตกหลุดร่อนออกมาเห็นแกนเหล็กที่ตอกขันประกบเสาไว้ชัดเจน หากปล่อยทิ้งไว้อาจพังลงมาทั้งหลัง

“ กรณีดังกล่าวเป็นที่น่าสงสัยว่า กรมศิลปากรปล่อยให้ผู้รับเหมานำไม้ใหม่ไม่มีคุณภาพมาบูรณะวิหารวัดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 676 ปีได้อย่างไร ทั้งที่ใช้งบประมาณสูงกว่า 45 ล้านบาท และการตรวจรับการจ้างอาจมีปัญหา ไม่โปร่งใส สมาคมฯจะต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวน ตรวจสอบ และเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรที่ 7 จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ ไปถึงอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงของการว่าจ้างและตรวจรับการจ้าง จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สำหรับวัดพระธาตุเจดีย์หลวง เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาไท เมื่อ พ.ศ.1887 ป มีพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดสูง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหารหลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ 1 โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมาก แต่ได้รับการบูรณะเมื่อปลายปี 2557 หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อปี 2557 เพราะเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยาง ในสมัยอาณาจักรล้านนาไทยในอดีต ดังนั้นการดำเนินการที่ส่อไม่โปร่งใส ในการบูรณะโบราณสถานแห่งนี้จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานที่ตกต่ำของกรมศิลปากร และสมาคมฯจะจัดการให้ถึงที่สุด

Advertisement