หน้าแรก การเมือง ผอ.อุตฯป่าไม้...

ผอ.อุตฯป่าไม้ขอปชช.แยกแยะ ป่าปลูกต้องนำใช้ประโยชน์ได้ ยันหาไม้แห่งใหม่ได้แน่

21.07.16 | 17:19 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) จัดแถลงชี้แจงกรณีทำไม้สักสวนป่าแม่หอพระ จ.เชียงใหม่ ที่หอประชุม 301 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้


นายพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณีการตัดไม้สักนำไปประกอบสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า บริษัทผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรัฐสภาได้ทำหนังสือขอซื้อไม้สักสวนป่าจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อนำไปสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่ง อ.อ.ป.สามารถจัดหาไม้ขนาดตามที่ต้องการให้ได้ แต่เนื่องจากไม้ที่ต้องการใช้มีขนาดใหญ่และโตเกินกว่า 120 ซม. ไม่สามารถหาจากสวนป่าแห่งใดแห่งหนึ่งได้ จึงต้องรวบรวมจากหลายๆ สวนป่า และต้องเร่งสำรวจไม้สักที่มีขนาดตามต้องการในสวนป่าภาคเหนือทั้งหมด

โดยสวนป่าแม่หอพระ จ.เชียงใหม่ได้ขึ้นทะเบียนสวนตามพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ.2535 และเป็นสวนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก เมื่อเกิดการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ ประกอบกับพื้นที่สวนป่าแม่หอพระเป็นสวนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ประชาชนในพื้นที่จึงเกิดความเสียดาย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งห้ามตัดไม้สักในสวนป่าแม่หอพระ และให้กรมป่าไม้เร่งหาวิธีดำเนินการในการส่งคืนพื้นที่กลับเป็นป่าธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผนวกผืนป่าเข้ากับป่าของโครงการพระราชดำริเพื่อเก็บรักษาป่าไว้เป็นสมบัติของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า หน้าที่ของ อ.อ.ป.คือการปลูกป่าและนำไม้จากป่ามาทำประโยชน์ โดยการตัดไม้สักมาสร้างรัฐสภานั้น เมื่อผู้รับเหมารู้ว่า อ.อ.ป.จัดทำให้ได้ จึงมีหนังสือมาว่าอยากได้ไม้สัก และถามว่าทาง อ.อ.ป.จะส่งมอบให้ได้หรือไม่ ซึ่งทาง อ.อ.ป.ตอบว่าได้

Advertisement

“อยากย้ำว่าไม่มีคำว่าผู้ใหญ่สั่งมาดังที่ข่าวระบุไปก่อนหน้านี้ เพราะเมื่อผู้ซื้อต้องการไม้ ทางเราก็ตอบสนองเท่านั้น” นายพิพัฒน์กล่าว และว่า ทั้งนี้ ไม้ที่เป็นที่ต้องการนั้นเป็นไม้ขนาดใหญ่ จำเป็นต้องสำรวจในสวนป่าภาคเหนือ รวมทั้งสวนป่าแม่หอพระก็เช่นกัน ทำให้ชุมชนตกใจได้ เพราะสวนป่าแม่หอพระเป็นสวนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ทำให้ชุมชนรู้สึกเกิดความหวงแหน อยากอนุรักษ์ไว้ ซึ่งการที่คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องแยกความรู้สึกกับข้อเท็จจริงออกจากกัน เพราะป่าที่ อ.อ.ป.ปลูกคือป่าเศรษฐกิจ ปลูกเพื่อตอบสนองการใช้ไม้ของประชาชน หากไม่มีป่าเช่นนี้ก็จะเกิดการบุกรุกป่าธรรมชาติเพื่อนำไม้มาใช้งาน

“การที่ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องแยกระหว่างป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจ ต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ได้อย่างชัดเจน” นายพิพัฒน์กล่าว

เมื่อถามว่า จะยังสามารถจัดหาไม้มาทำรัฐสภาให้ได้อยู่หรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า หาให้ได้แน่นอน เพียงแต่ไม้ที่ต้องการนั้นเป็นไม้ใหญ่ และเป็นไม้เหลากลม ซึ่งโรงงานเหลาไม้กลมมีอยู่ที่ จ.ลำปาง จึงจำเป็นต้องสำรวจหาไม้ตามพื้นที่ภาคเหนือเพื่อสะดวกในการขนส่งเข้าโรงงาน

“การจะให้เปลี่ยนจากป่าเศรษฐกิจเป็นป่าสงวนนั้น สามารถทำได้ทันทีแล้วให้กรมป่าไม้จัดการดูแล จากนี้ขั้นตอนก็เป็นกระบวนการตามตัวหนังสือเท่านั้น” นายพิพัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า สวนป่าแม่หอพระอยู่ระหว่างกระบวนการทำให้กลับไปเป็นผืนป่าธรรมชาติอยู่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดค่าชดเชยให้ อ.อ.ป. แต่ก็ต้องดูว่าทาง อ.อ.ป.นั้นลงทุนไปเท่าไหร่และตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้อย่างชัดเจน