หน้าแรก การเมือง นิติ -สมัชชาเ...

นิติ -สมัชชาเสรี มช. จัดเสวนา “รัฐธรรมนูญพันลึก” นักวิชาการชี้แก้ยาก ถอยหลังไปยึดตัวบุคคล

21.07.16 | 18:05 น.

วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 13.00 น.  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย (LACMUD) จัดเสวนาวิชาการ “รัฐธรรมนูญพันลึก” ณ ห้อง LB1201 คณะนิติศาสตร์ มช.มีนักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษา สนใจเข้าร่วมฟังการเสวนากว่า 100 คน และบริเวณด้าหน้าห้องเสวนามีการแจกเอกสารหลายชิ้นของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ท่ามกลางการเข้าสังเกตการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจาก สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่


การเสวนาเริ่มขึ้นในหัวข้อ กับ “สมมติเสวนา ปรีดี หยุด ไพโรจน์” โดย 3 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มช. ประกอบด้วยนายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ นายกฤษณ์พชร โสมณวัตร และนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล ตามด้วยการเสวนา “สู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์ หรืออำนาจนิยมจำแลง” โดยนายปกรณ์ ปัญโญ จากกลุ่มพลเรียน นายปกรณ์ อารีกุล จากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และนายอรรถจักร สัตยารักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มช.

นายสงกรานต์ กล่าวว่า รธน.ในสายตาของ หยุด แสงอุทัย คือ แก้ไขได้ตามความเหมาะสม เพราะของดีในวันนี้อาจถ่วงความเจริญในวันข้างหน้า แต่ร่าง รธน.ที่จะลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ กลับทำให้แก้ไขยาก โดย ม.256 และอาจเป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารอีกครั้งในอนาคต และคนที่จะอ้างก็คือคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร หาก หยุด แสงอุทัย ยังอยู่ก็คงไม่เห็นด้วยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบเก่าไประบบใหม่ที่ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นประเทศระบอบประชาธิปไตยได้เลย

201607211723354-20021028190355

Advertisement

ด้านนายกฤษณ์พชรกล่าวว่า ในแนวคิดของ ไพโรจน์ ชัยนาม ระบุว่า รธน.ต้องคำนึงและใส่ใจมาตรฐานของประชาคมโลก นั่นก็คือความเป็นสากล เท่ากับไพโรจน์เตือนว่าให้ใส่ใจประเทศอื่น แต่ร่าง รธน.มีชัย คือ ร่างแห่งความเป็นไทย ให้ความสำคัญที่บุคคล และให้ คสช.มีอำนาจต่อไปและจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งเป็นการถอยกลับไปสู่การปกครองที่ยึดตัวบุคคลมากกว่าโครงสร้างองค์กรตรวจสอบถ่วงดุล ปฎิเสธการถกเถียง แลกเปลี่ยน ตั้งแต่ขั้นตอนการทำประชามติ สรุปแล้วเป็น ร่าง รธน.ใช้ไม่ได้

201607211723353-20021028190355
ขณะที่นายสมชาย กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยปกครองโดยกฎหมายที่ไม่มีระบบกฎหมาย ปรีดี พนมยงค์ พูดเสมอว่า ระบอบประชาธิปไตยยึดหลักมติปวงชนเป็นใหญ่จากการเลือกตั้งและสภาผู้แทนราษฎรทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ซึ่งระดับชาติต้องมีทั้งผู้แทนฯ และ สว. แต่หาก สว.มาจากการแต่งตั้งก็คืออภิสิทธิชนกับลูกสมุนที่ผูกขาดอำนาจการปกครองแบบเด็ดขาดตลอดกาล ลักษณะนี้เรียกว่า เผด็จการเชิงเครือข่าย มีการก่อตัวในรัฐบาลสถานการณ์พิเศษ เพราะมีเครือข่ายค้ำยันกระจายอยู่ในองค์กรอิสระ ซึ่งมีนักวิชาการชาวญี่ปุ่นเคยทำวิจัยไว้ว่า เครือข่ายเหล่านั้นหมุนเวียนไปมาในองค์กรอิสระ ซึ่งก็คือ อภิสิทธิชน ไม่ใช่แค่ทหารที่อยู่ได้ด้วยรถถังและปืนเท่านั้น