เรียงคนมาเป็นข่าว/ภาพข่าวสังคม

รับมอบแมสก์ - พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานรับมอบหน้ากากอนามัย N 95 5,000 ชิ้น และเฟซชิลด์ 2,400 ชิ้น จาก แสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ โดยมี นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ กก.และเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นผู้รับมอบ

⦁…ผ่อนคลายระยะ 2 จาก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ที่รัฐบาลใช้ควบคุมผู้คนเพื่อป้องกันการระบาดของ “โควิด-19” จะส่งผลต่ออย่างไร นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แถลงว่าขึ้นอยู่กับ “ตัวเลขผู้ติดเชื้อ” จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากมีแนวโน้ม “ระบาดรอบ 2” มาตรการเข้มงวดก็ต้องกลับมาใหม่ แต่หาก “ติดเชื้อน้อยลง” การผ่อนคลายจะเพิ่มขึ้น เรื่องนี้หากประเมินจากแนวคิด “ความใกล้ชิดทำให้เชื้อระบาด” การผ่อนคลายที่ผ่านมาชัดเจนว่า “ผู้คนจำนวนมากแหกกฎรักษาระยะห่างที่ฝืนกับชีวิตปกติ”

⦁…ภาพของการใช้ชีวิตปกติ “คุมระยะห่างไม่ได้” มีให้เห็นทั่วไป ในแทบทุกที่ที่ประชาชนต้องไปรวมตัวกัน ไม่ว่า “ห้างสรรพสินค้า-รถไฟฟ้า-ตลาดสด-ร้านอาหาร” หากเอามาตรฐาน “ศบค.” มาเป็นเครื่องประเมินย่อมหมายถึงแนวโน้มว่า “นับแต่นี้การติดเชื้อจะต้องเพิ่มขึ้นมโหฬาร” กระทั่งหนีไม่พ้นต้องประกาศการระบาดรอบ 2 และกลับมาคุมเข้มอีกครั้ง ความน่าสนใจอยู่ที่ “หากไม่เป็นเช่นนั้น” คือ “จำนวนผู้ติดเชื้อไม่พุ่งกระฉูด” ย่อมหมายความว่า “ระยะห่างระหว่างคน” ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอย่างที่กังวลกัน ความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแรงกดดันให้เกิด “กิจกรรมฟื้นฟูให้อิสระกับชีวิตมากขึ้น” จะตามมา

⦁…ก่อนหน้านั้นมีความพยายามชี้ให้เห็น “ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว” เรื่อง “สุขภาพสำคัญ” ก็จริง แต่เรื่องอื่นใช่ว่าจะไม่ทำให้ “ชีวิตเป็นทุกข์ใหญ่หลวง” ทั้ง “การทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง-การศึกษาเล่าเรียน-การพบปะเสวนาอันเป็นชีวิตของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์” แต่ “โรคอุบัติใหม่” ทำให้ต้อง “ฟังและเชื่อ” เมื่อตามด้วยการบังคับด้วยกฎหมาย ผู้คนต้องวางทุกอย่างหันมาเน้น “สุขภาพ” ทว่าแต่ละชีวิตทนทานต่อแต่ละปัญหาต่างกัน “ชีวิตที่ถูกบังคับให้หยุดทุกอย่าง” จึงกลายเป็น “ภาวะเก็บกด” ด้วยแรงของปัญหาสารพัด เชื่อกันว่า หากมี “การระบาดรอบ 2” จะคุมไม่ได้เหมือนรอบแรก

⦁…อำนาจเป็นสิ่งหอมหวาน ทั้งที่รับรู้กันอยู่เต็มอกว่า “พรรคพลังประชารัฐ” สร้างขึ้นมาด้วย “บารมีอะไร” และ “ใครคือคนที่เป็นพลังขับเคลื่อนให้พรรคเกิด อยู่ได้ และเติบใหญ่” หรือ “ใครเป็นแค่หุ่นที่ถูกเชิดขึ้นมาเท่านั้น” แต่เมื่อวันที่มีเหตุให้ต้อง “เปลี่ยนหุ่นเชิด” ด้วยความเหมาะสมที่ “เจ้าของพรรค” เห็นว่าจำเป็น “ความหอมหวานของอำนาจวาสนาที่ติดตราตรึงใจ” ทำให้ “หุ่นเชิด” ออกอาการ แถมเกิด “ตัวตนใหญ่โต” จนคล้ายว่าจะมีปัญหา แต่เชื่อเถอะที่สุดแล้ว “ทุกอย่างจบลงตามความเป็นจริงไม่ใช่ความเพ้อพกของใคร”

⦁…หาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นำทีม อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกมาตั้ง “พรรคสร้างไทย” อย่างที่เป็นข่าวลือ การเมืองคงสนุกชนิดพิลึกกึกกือ แต่ที่น่าจะเกิดขึ้นน่าจะแบบว่า “ข่าวสร้างราคาว่ามีที่ไป”ถึงที่สุดแล้ว “สื่อมวลชน” ก็เป็นแพะ ถูกชี้หน้าว่า “เขียนข่าวเอง” เกมตื่นๆ แบบนี้เกิดขึ้นมาตลอดในแวดวงการเมืองไทย แปลกตรงที่ “ยังมีหยิบมาใช้” ทั้งๆ เป็นที่รู้กัน เป็นเกมที่ทำให้ “เสียราคาหนักขึ้น” เสียมากกว่า

⦁…ยิ่งนับวันยิ่งพิสูจน์ “เซียนการเมืองของจริง” คือใคร เมื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หยิบวลี “ประเทศชาติวิกฤต ไม่คิดเรื่องการเมือง” ขึ้นมาใช้ ท่ามกลางแรงกดดันให้เปลี่ยนแปลงภายในพรรค และเก้าอี้รัฐมนตรีใกล้ถึง “จุดสรุป” ลองนึกดูว่า “คนที่ อ่านออก บอกได้ว่าใครแค่ไหนในความเข้าใจเกมการเมือง” เมื่อมองถึงอนาคตแล้ว จะเลือกใช้กลุ่มไหนมาทำงานการเมือง

⦁…วันเปิดสภาใกล้เข้ามาทุกที แม้ “ภาวะฉุกเฉินของโควิด” จะยังเป็นตัวช่วยประสิทธิภาพสูง แต่ถึงที่สุดแล้ว เมื่อ “เวทีเปิด” คนที่ขึ้นไปอย่างไรเสียก็ต้อง “ออกอาวุธ” ถ้าย้อนไปก่อน “โควิด” หลัง “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ย่อมนึกออกได้ว่า “ฝ่ายค้านเปิดแผลรัฐมนตรีหลายคนไว้เหวอะหวะ” เงียบจางไปในช่วงปิดสภา และ “นักศึกษาชุมนุมได้” ขึ้นเวทีอีกครั้งคราวนี้ แค่ “โฉบเข้าหาแผลเก่า ก็น่าจะเสียวสันหลังกันไม่เลิก”
และหากจับทางกระแสประชาชน จากความสนใจในความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านช่วงที่ผ่านมา น่าจะบอกได้ว่า “เปิดกระดานใหม่ในแดนลบ”

ชโลทร

 

เยี่ยมชม – เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมหอธรรมพระบารมี และเยี่ยมชมการเตรียมถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ตามพระบัญชา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมี พระราชปริยัติสุนทรเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา และพระครูธรรมประยุต เจ้าคณะอำเภอบ้านโพธิ์ นำเยี่ยมชม ณ มูลนิธิหอธรรมพระบารมี ศูนย์การเจริญสติ และหอศิลป์ร่วมสมัย

 

ถุงยังชีพ – ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหาร ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวีระภุชงค์โดย ทิพย์วรรณ วีระภุชงค์, วโรดม วีระภุชงค์, วราภรณ์ วีระภุชงค์, สุวรรณา บุญคุณศักดิ์ มอบถุงยังชีพ จำนวน 1,500 ชุด มูลค่า 837,417 บาท เพื่อมอบให้แก่ชาวกรุงเทพมหานคร

 

กำลังใจ – จุน โยเนะยามะ ผจก.ประจำประเทศไทย บริษัท ฮิซามิทสึ ฟาร์มาซูติคอล คัมปะนี อิงค์ จำกัด ส่งมอบผลิตภัณฑ์แผ่นแปะบรรเทาปวดกล้ามเนื้อภายนอกจากการทำงาน แบรนด์ “ซาลอนพาส” เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่อสู้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมี สายฝน ภู่พิทยา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ผช.หัวหน้าพยาบาลด้านบริหาร โรงพยาบาลกลางเป็นตัวแทนรับมอบ

 

บริจาค – บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ นำโดย สิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ในนามตัวแทนของ สารัชถ์ รัตนาวะดี ปธ.จนท.บห. บุญชัย ถิราติ กก.บห. ร่วมด้วย ญาณิศา วัฒนคำนวณ ผอ.ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ มอบหน้ากากทางการแพทย์ KN95 จำนวน 6,000 ชิ้น แก่ รพ.พระมงกุฎเกล้า โดยมี พล.อ.นพ.สุรเดช จารุจินดา, พล.ต.นพ.รัฐวิชญ์ วุฒิภัทรพิบูลย์ และพ.อ.หญิง รุ้งขจี อุทัยมงคล เป็นผู้รับมอบ

 

สู้โควิด – อี อุก-ฮ็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำไทย และ พ.อ.พาร์ค ควัง เรย์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร มอบหน้ากากอนามัย KF 94 ให้กับทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี 40,000 ชิ้น โดยมี พล.อ.บัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ นายกสมาคมทหารผ่านศึกเกาหลีในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.ท.รักษ์ผล จันทร์เหลือง รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก นันทนัช แสนรักษ์ และ พ.อ.ไชยปราการ พิมพ์จินดา เข้าร่วม

 

น้ำใจ – ริญญภัสร์ ภัทรศักดิ์วัฒน์ รอง กก.ผจก. และทีมงาน ร่วมเป็นตัวแทนส่งมอบข้าวหอมคุณภาพตราฉัตร Food Service, ข้าวหอม 100% ตราฉัตรชมพู และข้าวหอมตราฉัตรส้ม ให้กับร้านอาหารที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งหมด 6 ร้านค้า ได้แก่ ร้านคอหมูพระราม 5, ร้าน Uncle&Friends, ร้าน Jamie’s Burgers, ร้านข้าวหมูทอดวัดเฉลิม ซอย 9, ร้านนิวเฮงกี่ และร้านครัวชื่นใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เช็กเลย !! ธ.ก.ส.ทยอยโอนเงินเยียวยาเกษตรกร 3.4ล้านราย
บทความถัดไปการเดินทางในอริยสัจ : โดย ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์