เสธ.แมว ซัด รปห.22 พฤษภา คือต้นเหตุของความอยุติธรรม ทำคนผิด ทหารสลายเสื้อแดงปี53 ลอยนวล
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่รัฐฯ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า การตามหาความจริงจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ผ่านมา จะวนเวียนไม่รู้จบ ยากต่อการปรองดอง ถ้าตราบใดที่ความจริงยังไม่ปรากฎ เป้าประสงค์ประการหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ คือความสามัคคีของชนในชาติ ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามปรัชญายุติธรรมมี สามัคคีเกิด ความยุติธรรมจึงเป็นคำตอบให้กิจกรรมดังกล่าวได้ ผนวกกับปรัชญาอมตะที่ว่า “เมื่อทำความจริงให้ปรากฏ ความชั่วร้ายจะหมดไป” ยังคงใช้ได้เสมอ แม้ความจริงอาจจะสร้างความปวดร้าว แต่มันไม่เป็นเหตุให้ต้องมาล้างแค้นกัน ในทางกลับกันยังเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่ง เพื่อไม่ให้เราหลงไปกระทำผิดซ้ำรอยเดิม เช่นเดียวกับทหารอาชีพหลังจากเสร็จสิ้นศึกเมื่อเข้าสู่สมรภูมิการรบ ต้องทำการสรุปบทเรียนเสมอ ไม่ว่า การยุทธครั้งนั้น จะได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้ก็ตาม ต้องกล้าเผชิญรับรู้ถึงความปวดร้าวต่างๆนานาของสมรภูมินั้น ยอมรับมาสรุปเป็นบทเรียนกัน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมกันอีกในอนาคต
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า แต่เมื่อย้อนกลับมาดูกลุ่มทหารที่รับผิดชอบสลายการชุมนุมเมื่อเหตุการณ์พฤษภา 2553 จนเป็นเหตุรุนแรงให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เห็นต่างต้องล้มตายลง พอ 22 พฤษภาคม 2557 ก็มากระทำรัฐประหาร ซึ่งผิดกฎหมาย มีโทษประหาร แต่มานิรโทษกรรมตนเอง แสดงถึงความไม่เป็นทหารอาชีพ ไม่เคารพกฎหมาย ขลาดกลัว ไม่กล้ายอมรับความจริง แต่เหิมเกริมมาจัดตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจ มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้รับความจริงจากกิจกรรมตามหาความจริงตราบที่คนเหล่านี้ยังครองอำนาจอยู่ แต่เมื่อใดที่มีรัฐบาลของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชนเกิดขึ้น การปฏิรูปขบวนการยุติธรรมและกองทัพให้เป็นทหารอาชีพก็จะตามมา สร้างสังคมยุติธรรม ความสามัคคีจะเกิดขี้น และเมื่อนั้นคำตอบความจริงที่รอคอยของกิจกรรมตามหาความจริงก็จะปรากฎ แต่ไม่มีการล้างแค้น มีเพียงการเยียวยาสมานแผลใจ เว้นกลุ่มไอ้โม่งคนตัวการมิอาจหลุดลอยนวลไปได้ตามกฎแห่งกรรมที่ตนก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับผู้บริสุทธิ์ และวิบากกรรมกำลังไล่ล่าเป็นไฟลนก้นแล้ว

