หน้าแรก การเมือง นักกิจกรรม เส...

นักกิจกรรม เสวนา 6ปีรปห. ชี้โควิด ต่ออายุรัฐบาล จ่อปรับรูปแบบ เคลื่อนไหวไล่บิ๊กตู่

22.05.20 | 21:13 น.

วงเสวนาออนไลน์ 6ปีรปห. นักกิจกรรมชี้ม็อบมาแน่ แต่เซฟสุขภาพมากขึ้น เชื่อ รบ.อ้างโรคระบาดเข้าปราบปราม

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ร่วมกับ เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) และ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) จัดเสวนาออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 หัวข้อ “เมื่อเกิดรัฐประหาร การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่” ร่วมเสวนา โดยนายธนพล พันธุ์งาม สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, นายฟาห์เรนน์ นิยมเดชา กรรมการกลาง สนท., นางสาวกันตา รัตนวงษ์ สมาชิกคนป. และนายปิยรัฐ จงเทพ นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง


ย้อนอ่าน : กลุ่มฟื้นฟูปชต. ย้อนเส้นทาง ต้านรปห. ชี้ ชู3นิ้ว ถูกใช้ครั้งแรกในโลก เพราะบิ๊กตู่ยึดอำนาจ

นายปิยรัฐ กล่าวถึงการประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า เป็นเพราะโควิด-19 ระส่ำระสายกับรัฐบาลพอสมควร เนื่องจากมีการเรียกร้องของนักศึกษา กระทั่งการระบาดใหญ่จึงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวส์ ล่าสุดครอบไปถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งจะนำมาสู่การที่รัฐบาลรู้สึกไม่มีเสถียรภาพ ไม่ได้มองถึงการอยากควบคุมจำกัดวงโรคระบาดเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในแง่ดีคือการป้องการระบาดระลอกสอง แต่อีกแง่ก็กระทบกับความรู้สึกของประชาชน

นายปิยรัฐ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่จะเกิดขึ้นโดยตัวสภาพแวดล้อมไม่ใช่การว่าจ้าง ก่อหวอด สุมไฟ หลายคนบอกว่ามีการเตรียมการ สมรู้ร่วมคิด ซึ่งหากติดตามมาโดยตลอดจะพบว่ากลุ่มต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นหน้าใหม่ และมีความแหลมคมสูงกว่ายุคตนมาก รัฐบาลก็มีความระส่ำระสายเรื่องนี้เช่นกัน แต่เชื่อว่า ไม่ได้กลัวสั่นจะคลอนอำนาจ แต่กลัวประเด็นที่จะนำมาสู่การอภิปราย หรือนำเสนอในเวทีขบวนการนักศึกษา ซึ่งไปไกลพอควรจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

Advertisement

“ต้องยอมรับว่า รัฐบาลเกรงกลัวเรื่องนี้พอควร เพราะการสื่อสารแทบไม่ต้องรอสื่อหลัก อยู่ปลายนิ้วสัมผัส ทุกคนร่วมเป็นผู้ชุมนุมได้ จึงไม่สามารถประเมินยอดได้ คนเข้าใจปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าม็อบ อยู่หน้าจอก็เข้าใจปัญหาได้ เป็นสิ่งอันตรายของพวกเขา จึงอาศัยวิกฤตให้เป็นโอกาส ขยับเขยื้อน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นอำนาจพิเศษให้กับนายกฯในการควบคุมโควิด แต่ความจริงกลัวการเคลื่อนไหวของประชาชน ซึ่งแม้ผู้ชุมนุมเป็นหมื่นเป็นแสนคนก็ล้มรัฐบาลไม่ได้ ถ้าไม่ไปเอง

“ปัญหาโควิดยังให้โอกาสในการรวบอำนาจการบริหารราชการส่วนของรัฐมนตรี หากมองลึกๆ ในทางการเมือง ไม่เฉพาะการแก้ปัญทางการเมืองอย่างเดียว แต่เป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในของรัฐบาลเอง กับสิ่งที่ไม่ปกติของรัฐบาลตอนนี้ ไม่ว่าขั้วของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขั้วสี่กุมาร ยังไม่รวมความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งหมดหากประเมินสถานการณ์ข้างหน้าต้องบอกว่ายังไม่เห็นทาง จึงเชื่อว่าปีนี้จะมี 2 เทศกาล 1.ต้นปีเผาจริง 2.ปลายปีเก็บกระดูก เหตุที่สภาพัฒน์ไม่กล้าแถลงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาตรแรกเพราะตัวเลขติดลบ และเชื่อว่าขณะนี้ติดลบมากกว่า 2 หลักขึ้นไป” นายปิยรัฐกล่าว

นายปิยรัฐ กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ การเคลื่อนไหวน่าจะมีการขับเคลื่อนบ้าง แต่อาจไม่ครึกครื้นเหมือนก่อนการระบาดของโควิด-19 แต่จะเป็นลักษณะกลุ่มก้อนขนาดเล็กมากกว่า แต่สิ่งที่น่าห่วงคือหากมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม เชื่อว่ารัฐบาลจะมีวิธีจัดการด้วยการใช้โรคระบาดเป็นข้ออ้าง สถานการณ์ที่เผชิญต้องตัดสินใจระหว่างโรคระบาด ปากท้อง และการมีอยู่ของรัฐบาลที่เป็นอุปสรรค อะไรน่ากลัวกว่า ประชาชนต้องเลือกระหว่างสองความเสี่ยงนี้ว่าจะออกมาร่วมการต่อต้านรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

ด้าน น.ส.กันตา กล่าวว่า โควิด-19 กระทบกับชีวิตทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ทั้งนี้ มีภาคประชาชนถามว่าหลังจากนี้จะมีการจัดชุมนุม แฟลชม็อบหรือไม่ เครือข่ายฯจึงคุยกันว่าอาจปรับรูปแบบการเรียกร้องโดยคำนึงถึงสุขภาพมากขึ้น เพราะกลัวการระบาดรอบ 2 ซึ่งอาจหนักกว่ารอบแรก

“การเคลื่อนไหวหลังจากนี้อาจมาในรูปแบบการกระจายเป็นจุด เช่นวันนี้ที่ครบ 6 ปีการรัฐประหาร คสช.ก็มีเครือข่ายต่างๆ ออกไปเคลื่อนไหว และโดนเจ้าหน้าที่คุกคาม รวมทั้งการเคลื่อนไหวทางออนไลน์ก็มีอิทธิพลไม่ต่างจากการออกมาเคลื่อนไหวข้างนอก เช่น การเทรนด์ทวิตเตอร์ต่อต้าน ไม่ให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP ซึ่งภายหลังมีการชะลอเรื่องนี้ออกไป

“ส่วนตัวคิดว่า โควิดจะอยู่กับเราไปอีก 1 ปี หรือมากกว่านั้น ซึ่งโรคระบาดนี้เองจะช่วยยืดเวลาให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ยาวไปอีก ขณะเดียวกันก็ใช้โอกาสนี้ยื่นอนุมัติโครงการต่างๆ เรียกได้ว่าอาจเล่นทีเผลอ หรือใช้วิกฤตเป็นโอกาส” น.ส.กันตา กล่าว