‘ก้าวไกล’ หวังอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ ไม่ซ้ำรอยโดนเบียดเวลา บี้ ‘วิปรัฐบาล’ คุมเสียง ส.ส.ให้ครบก่อนเวลา

‘ก้าวไกล’ หวังอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ ไม่ซ้ำรอยโดนเบียดเวลา มุ่งมั่นได้พูดครบทุกคน บี้ ‘วิปรัฐบาล’ คุมเสียง ส.ส.ให้ครบก่อนเวลา

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรจะอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับพร้อมกัน ในวันที่ 27-31 พฤษภาคมนี้ ว่า เราใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 55 (4) ที่สามารถแยก หรือรวมอภิปรายในประเด็นที่คล้ายกันได้ ครั้งนี้เราจะพิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับ คือ พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.หุ้นตลาดตราสารหนี้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 ฉบับมีความคล้ายคลึงกัน เพื่อนำไปใช้แก้ไขระบบเศรษฐกิจ และการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเราจะรวมพิจารณา พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับพร้อมกันทีเดียว แต่จะแยกกันอภิปราย และลงมติรายฉบับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะมีปัญหาในระหว่างการอภิปรายหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ปัญหาในการอภิปรายที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากการแบ่งเวลาการอภิปราย ซึ่งในที่ประชุมเราได้ถอดบทเรียนถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา โดยแบ่งเวลาเรื่องการอภิปรายที่ชัดเจนมากขึ้นคือใน วันที่ 27-29 พฤษภาคม จะพิจารณา พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ซึ่งวันแรกจะเปิดประชุมเวลา 09.30 น. ใช้เวลาหารือจนถึง 10.30 น. จากนั้นจะเริ่มนับองค์ประชุมและเข้าสู่การพิจารณา พ.ร.ก. จบที่เวลา 20.00 น. รวมเวลาในการอภิปราย 8 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเวลาฝ่ายละครึ่งคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้าน ในทุกๆ วันก็จะมีลักษณะแบบนี้

นายพิจารณ์กล่าวว่า ส่วนในวันที่สองจะไม่มีการปรึกษาหารือคือจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 09.30-20.00 น. โดยเราได้ปรึกษากันว่า เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเวลาจนทำให้ผู้อภิปรายได้ไม่ครบ เราจะหักเวลา 1 ชั่วโมงให้เป็นเวลาของประธานสภาผู้แทนราษฎร และเหลือเวลาเท่าไหร่ก็หารสองเหมือนเดิม สำหรับวันที่ 30 พฤษภาคม จะเป็นการพิจารณา พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ วันที่ 31 พฤษภาคม จะพิจารณา พ.ร.ก.หุ้นตลาดตราสารหนี้ 4 แสนล้าน ซึ่งจะจบในเวลา 15.00 น. เพื่อลงมติแต่ละฉบับ สำหรับสัดส่วนเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะแบ่งตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.คือ พรรคก้าวไกลจะได้ 25% และพรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 60% ของเวลาแต่ละวัน ซึ่งเราจะประชุมกันในวันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคมนี้ ที่รัฐสภาเพื่อลงรายละเอียดเรื่องเวลาทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาการแบ่งเวลาการอภิปรายระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ตนหวังว่าจะไม่มีปัญหา เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราลงรายละเอียดการแบ่งเวลา และตนก็เสนอในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าให้ลงรายละเอียดว่าจะใช้เวลาพิจารณา พ.ร.ก.แต่ละฉบับเท่าไหร่ ตนคิดว่าการแบ่งแบบนี้จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้น้อยลง ปัญหาเดียวที่ตนเป็นห่วงคือเราจะจบประชุมเวลา 20.00 น.ของทุกวัน และในวันต่อไป จะต้องตรวจองค์ประชุมทุกครั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีการอภิปรายข้ามวัน และวันต่อไปจะไม่มีการนับองค์ประชุม หาก ส.ส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็สามารถเปิดประชุมได้ แต่การพิจารณา พ.ร.ก.ครั้งนี้ทุกๆ เช้าจะต้องเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งตนได้เรียนกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลว่าอยากให้รวบรวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้เข้าประชุมให้ครบภายในเวลา 09.30 น. ตามที่วางแผนกันไว้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเข้าประชุมไม่ครบ จนทำให้องค์ประชุมล่มหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า ก็โอกาสเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้อาจจะไม่ถึงกับล่ม เพียงแต่อาจจะทำให้การเปิดประชุมทำได้ล่าช้า ซึ่งเรื่องนี้ตนก็ได้หารือไว้แล้วว่า หากฝ่ายไหนทำให้เปิดประชุมไม่ได้ ก็ให้หักเวลาการอภิปรายฝ่ายนั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หญิงแม้น’ ประกาศท้องแล้ว หลังจากเฝ้ารอมานาน
บทความถัดไปเจ้าของโรงงานกระเบื้องผวากระสุนปืนปริศนาตกทะลุหลังคาห้องนอน