คอลัมน์ แท็งก์ความคิด : ค้นความจริง
เข้าเดือนพฤษภาคมแม้จะเข้าสู่สถานการณ์โควิด-19 แต่การเมืองยังมีความเคลื่อนไหว
มีกลุ่มคนที่พยายามค้นหาความจริงจากเหตุการณ์เดือนพฤษภา
เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งบางคนคิดมองว่าเป็นการ “ฟื้นฝอยหาตะเข็บ”
ขณะที่ฝ่ายที่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์มิได้คิดเช่นนั้น
กลับคิดว่า “ความจริง” คือ การเยียวยา
เมื่อติดตามข่าวเรื่องนี้ทำให้คิดถึงหนังสือเรื่อง “จากปีศาจ สู่ เชื้อโรค” ของสำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม
เขียนโดย ชาติชาย มุกสง
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พาดพิงเรื่องการเมือง หากแต่พูดถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ
เนื้อหาถ่ายทอดเกี่ยวกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้
ขณะเดียวกันก็กล่าวถึงโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
ความสนุกของหนังสือเล่มนี้คือความพยายามของมนุษย์ในการค้นหาสาเหตุของโรค
นั่นคือการค้นหาความจริงอันเป็นมูลเหตุของโลก
ทั้งนี้ เพราะหากย้อนกลับไปในอดีต ในช่วงเวลาที่มนุษย์ไม่มีความรู้ด้านสาธารณสุข
สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับบรรพบุรุษล้วนเหมารวมว่า เป็นอิทธิฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากอำนาจเหนือธรรมชาติ
เรื่องดีๆ มักจะบอกว่าเทพเจ้าประทานพร
เรื่องร้ายๆ จะกลายเป็นคำสาปแช่งของปีศาจ
เรื่องดีๆ ร้ายๆ ที่มนุษย์ยังไม่รู้ จึงมักจะไปลงเอยที่อำนาจเหนือธรรมชาติเช่นนี้เสมอ
จนกระทั่งมนุษย์เริ่มเรียนรู้ ค้นหา และได้ข้อสรุป
โรคระบาดไม่ได้เกิดจากปีศาจ แต่เกิดขึ้นจากเชื้อโรค
เมื่อมนุษย์ค้นพบความจริงเช่นนั้น ทำให้มนุษย์สามารถป้องกันโรคได้
เมื่อรู้มูลเหตุของโรค รู้อาการของโรค รู้การระบาดของโรค และรู้การรักษาโรค
มนุษย์ก็เริ่มอยู่ได้โดยปลอดภัยจากโรคต่างๆ เหล่านั้น
แม้โรคจะยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่มนุษย์ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
เมื่อมนุษย์มีความรู้เพียงพอที่จะป้องกัน มนุษย์ก็สามารถสกัดกั้นความวิบัติที่จะมาจากโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ขอยกตัวอย่างโรคระบาดใกล้ตัว นั่นคือ โรคโควิด-19
เมื่อเรารู้ว่าเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโคโรนา และรู้ว่า เชื้อดังกล่าวสามารถแพร่จากคนสู่คน
แพร่จากคนสู่คนได้โดยสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ
แพร่โดยการจาม ไอ สัมผัส
พอรู้เหตุก็วางมาตรการป้องกันการเกิดเพื่อมิให้มีการระบาด
สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เว้นระยะห่าง 1.5 เมตรขึ้นไป ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ กินอาหารปรุงสุก ฯลฯ
นี่คือมาตรการป้องกันโรคที่ทุกคนได้ยินกันคุ้นเคย
หากทำได้ โรคโควิด-19 จะไม่ระบาด
ขณะเดียวกัน เมื่อรู้ว่าต้นเหตุมาจากไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ มนุษย์ได้พยายามคิดค้นวัคซีนป้องกัน
เข้าใจว่า สิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า โลกจะมีวัคซีน และหากฉีดวัคซีนให้คนทั่วโลก
เราจะปลอดภัยจากโควิด-19 แบบยั่งยืน
เหมือนกับหลายโรคระบาดอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น แล้วมีการค้นพบสาเหตุ และนำไปสู่การป้องกัน
เหมือนกับหลายโรคติดเชื้อที่ผู้เชี่ยวชาญค้นพบมูลเหตุแห่งโรค และสามารถป้องกันได้
ทุกอย่างเริ่มต้นได้จากการค้นพบความจริง
ดังนั้น การรู้ความจริง จึงมีความสำคัญ
เพราะความจริงเป็นพื้นฐานสำคัญของความยั่งยืน
พระพุทธองค์ตรัสรู้อริยสัจจ์ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
พระองค์ทรงศึกษาจนเข้าถึงธรรมชาติ กระทั่งพบวิธีดับทุกข์ได้
การดับทุกข์ด้วยวิธีของพระพุทธองค์เป็นการดับทุกข์ได้อย่างยั่งยืน
เป็นความยั่งยืนหลังจากที่พระองค์ค้นพบความจริง
และจากการหนังสือ “จากปีศาจ สู่ เชื้อโรค” แล้ว ทำให้เชื่อว่า หนังสือในโลกใบนี้ได้ทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่มนุษย์แต่ละรุ่นค้นพบ
เป็นความคิดเห็น เป็นข้อค้นพบ เป็นข้อเท็จจริงจากคนรุ่นหนึ่งถ่ายทอดให้คนอีกรุ่นหนึ่งได้อ่าน
เป็นข้อมูลให้คนรุ่นต่อๆ ไปนำไปค้นหาเพิ่มเติม
ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมาอาจจะเหมือนหรือต่างจากข้อเท็จจริงของคนรุ่นก่อนก็ได้
ทุกอย่างพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน
ข้อเท็จจริงที่ค้นพบจะนำไปสู่ความจริง และความจริงจะนำไปสู่การป้องกันความวิบัติในที่สุด
ดังนั้น หากได้อ่านหนังสือมากๆ ย่อมหมายถึงการสั่งสมข้อเท็จจริง
การอ่านบันทึกข้อเท็จจริง การสั่งสมความจริงจากหนังสือเช่นนี้ย่อมมีประโยชน์
ยกตัวอย่างโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ช่วงเวลานี้ต้องสั่งสมข้อมูล
การได้อ่านหนังสือ “จากปีศาจ สู่ เชื้อโรค” ก็เป็นการสั่งสมข้อมูล
หนังสือที่กำลังบอกความจริงเกี่ยวกับโรคระบาด
เป็นความจริงจากยุคหนึ่งสู่ความจริงอีกยุคหนึ่ง
เป็นความจริงที่มีการค้นพบ เป็นเรื่องที่น่ารู้
รู้แล้วจะได้นำไปต่อยอดให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
หมายเหตุ – หลังจากตีพิมพ์เรื่อง “สัตว์กับโควิด”ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับอีเมล์จาก “Duangtip Surintatip” ให้ข้อมูลว่า “Please be informed that the virus SARS-CoV2 causes the disease Covid 19. (It is pronounced co-vee, not cove). There has been no name change that u claimed in yr Sunday 17 May article.” ไวรัสซาร์ส-CoV2 เป็นต้นเหตุของโรคโควิด-19 ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อแต่อย่างใด พร้อมแนะนำเว็บไซต์ low. https://www.webmd.com/lung/coronavirus#1-2 ให้สำหรับผู้ต้องการข้อมูลเพิ่ม ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

