หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล แถลงโ...

ก้าวไกล แถลงโต้ประยุทธ์ ชี้ ไว้ใจกลไกตรวจสอบไม่ได้ ควรตั้ง กมธ.สอบใช้งบโควิด

30.05.20 | 12:19 น.
‘ก้าวไกล’ มุ่งมั่น ตั้งกมธ.ตรวจงบโควิด ‘ชัยธวัช’ อัด ‘ประยุทธ์’ ไม่มีสิทธิ์ชี้นำ ด้าน ‘โรม’ ผิดหวังคำชี้แจง ป.ป.ช. คดี ‘นาฬิกายืมเพื่อน’

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงชี้แจงถึงจุดประสงค์ในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ตรวจสอบงบประมาณการแก้ปัญหาโควิด-19 หลังนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าไม่จำเป็นเนื่องจากมีหน่วยงานตรวจสอบอยู่แล้วว่า ข้อเสนอในการตั้ง กมธ. วิสามัญดังกล่าว มีขอบเขตมากกว่าการตรวจสอบงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยจะครอบคลุมไปถึงการติดตามตรวจสอบการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วย เช่น ประเด็นการประกาศเคอร์ฟิว มาตราการในการคลายล็อกที่ประชาชนมองว่าไม่สามารถแก้ไขได้ตรงจุด

นายชัยธวัช กล่าวว่า แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะเริ่มมีท่าทีเห็นชอบในการตั้งกมธ.วิสามัญดังกล่าว แต่ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐน่าจะไม่เห็นชอบด้วย โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้อ้างว่าการตรวจสอบมีกลไกตามกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งยังบอกว่าไม่ใช่เรื่องของนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า นายกฯ เป็นฝ่ายบริหาร เข้ามายุ่งเกี่ยวกับฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ในทางกฎหมายก็จริง แต่ท่าทีของนายกฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นหากนายกฯ ไม่ต้องการหนีการตรวจสอบ ต้องมีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้ และแม้จะอ้างว่ามีกลไกการตรวจสอบอยู่แล้วก็ตาม แต่พรรคก้าวไกลยืนยันได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความไว้วางในกลไกของรัฐบาลชุดนี้แต่อย่างใด หรือกังวลว่ากลไกนั้นจะไม่เป็นเพียงมวยล้มต้มคนดู จนนำไปสู่การปกป้องและเปิดช่องให้เกิดการทุจริตของผู้มีอำนาจ

ด้านนายพิจารณ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการตรวจสอบทุจริตในการใช้จ่ายงบประมาณแล้ว ยังต้องการติดตามการทำงานว่ามีประสิทธิภาพหรอไม่ หากรัฐบาลยังใช้วิธีการบริหารที่เป็นอยู่ ตั้งเป้าไม่เป็นรูปธรรม และตัวชี้วัดไม่ชัดเจน งบประมาณเหล่านี้จะเป็นแค่เบี้ยหัวแตก ในฐานะที่ติดตามโครงการต่างๆ ของรัฐบาลมานั้น เห็นได้ว่าไม่มีเป้าหมายที่จะนำไปสู่เป้าหมายของประเทศในทางเดียวกันได้ ซึ่งต้องมีตัวชี้วัดเพื่อตอบโจทย์การสร้างงานและสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ ทั้งนี้ สิ่งที่ก้าวไกลเสนอคือการตั้งให้มีการสร้างแพลตฟอร์มดิจิตัล เพื่อให้องค์กรที่จะเข้ามาขอใช้งบประมาณต้องรายงานผลสัมฤทธิ์ ตัวชี้วัด และให้กมธ.ชุดนี้ได้ติดตามข้อมูลได้ จึงขอความร่วมมือจากสมาชิกผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบยื่นเป็นญัตติด่วน เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนท่าทีการตั้งกมธ.วิสามัญชุดนี้

ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์จะอ้างว่ามีกลไกการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ถ้ากลไกเหล่านั้นสามารถทำหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพ การตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ ทั้งยังไม่ได้ก่อให้เกิดความยุ่งยาก หรือล่าช้า กลับกันการจะให้เชื่อว่ากลไกตรวจสอบที่มีอยู่แล้วมีประสิทธินั้นยังยากกว่า เช่น กรณีนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีหนังสือชี้แจงจากป.ป.ช.ว่า ไม่จำเป็นต้องรายงานในบัญชีทรัพย์สินเนื่องจากยืมมา และไม่ใช่หนี้สิน กรณีนี้อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป เนื่องจากป.ช.ช.เองไม่ยอมชี้มูล และเอาคดีออกไปจากสารระบบ ทำให้การตรวจสอบพล.อ.ประวิตร ว่าได้ทรัพย์สินมาโดยชอบหรือไม่นั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ กระบวนการแบบนี้ไม่ควรเกิดเป็นมาตรฐานของสังคมต่อไป

“เรามีบทเรียนหลายอย่าง ว่ากลไกอิสระหรือแม้กระทั่งศาลบางประเภทก็ไม่สามาถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ เรายืนยันว่าจะขอเป็นคนตรวจสอบเพราะเราไม่สามารถไว้ใจกลไกที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ” นายรังสิมันต์ กล่าว

Advertisement