เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมพระสุริยัน อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวชี้แจงระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อฟื้นฟูและเยียวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า การดูแลเอสเอ็มอี มีหลายมาตรการการตามพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ในเรื่องซอฟต์โลน เป็นหนึ่งมาตรการหลักที่จะดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างครอบคลุมทั่วถึง จึงได้มีการกำหนดวงเงินการกู้ของแต่ละรายไว้ และวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมามีข้อมูลว่า ผู้ประกอบการรายย่อยได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการซอฟต์โลน จากจำนวนลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำว่า 5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51 ที่ได้ซอฟต์โลนของทั้งหมด ซึ่งถือว่ามาตรการนี้ได้ช่วยเหลือ เอสเอ็มอีครอบคลุมทั้งประเทศ ร้อยละ 71 ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับสินเชื่อซอฟต์โลนอยู่นอกเขตกทม.และปริมณฑล รัฐบาลมีกลไกในการจัดสรรเงินกู้ 5 แสนล้านบาทให้กระจายอย่างทั่วถึง ที่สำคัญกลไกนี้เพื่อช่วยเอสเอ็มอีที่มีพื้นฐานค่อนข้างดีให้มีสภาพคล่องเพียงพอให้ผ่านช่วงเวลาที่ลำบากนี้ไปได้ ต้องการดำเนินการได้เร็ว จึงมุ่งไปที่กลุ่มเอสเอ็มอีที่มีประวัติการกู้อยู่แล้ว และนี้คือหนึ่งในมาตรการ ไม่ใช่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเอสเอ็มอีทั้งระบบ

