เลขา ป.ป.ช. ยัน “นาฬิกา บิ๊กป้อม” ไม่ยึดเป็นบรรทัดฐานเคสอื่นๆ ต้องดูไปทีละเรื่อง

เลขา ป.ป.ช. ยัน “นาฬิกา บิ๊กป้อม” ไม่ยึดเป็นบรรทัดฐานเคสอื่นๆ ย้ำการแสดงทรัพย์สินต้องดูหลักฐาน – ข้อกฎหมายเป็นเรื่องๆ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการชี้แจงว่าการยืมนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นการยืมใช้คงรูป จึงไม่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ในบทบัญญัติของกฎหมายของป.ป.ช.ในการตรวจสอบทรัพย์สินนั้น ป.ป.ช.ตรวจสอบความถูกต้อง และการมีอยู่จริงของทรัพย์สินเพื่อพิจารณาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงความโปร่งใสหรือไม่ ปัจจุบันกฎหายใหม่ได้มีการเพิ่มองค์ประกอบความผิดว่า ไม่ใช่แค่การยื่นเท็จหรือปกปิดเท่านั้น แต่จะต้องมีเจตนาที่ไม่แสดงที่มาของรายการทรัพย์สิน และจะตรวจสอบว่าระห่างดำรงตำแหน่งมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ การดำเนินการของป.ป.ช.ได้มีการกำหนดแบบฟอร์มให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งมีรายการทรัพย์สิน 9 ประเภทและรายการหนี้สิน 4 ประเภท

“เมื่อมีปัญหาขึ้นมาป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องและการมีอยู่จริง โดยจะพิจารณาทั้งข้อเท็จจริง พยาน หลักฐานและข้อกฎหมาย ดังนั้น การพิจารณาคดีใดคดีหนึ่งรายละเอียดข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องอาจจะไม่เหมือนกัน เช่น เรื่องที่ผ่านมาในกรณีอดีตข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งบอกว่ายืมรถของเพื่อนมาและไม่แจ้งต่อป.ป.ช. ทางป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบก็พบว่า ไม่ใช่เรื่องยืม แต่เป็นรถที่เขาได้มาเอง และปกปิดไม่แจ้ง หรือ บางกรณีก็ตรวจสอบพยาน หลักฐานและรับฟังยุติว่า เป็นเรื่องยืมกันจริงๆ เราก็มาดูข้อกฎหมายว่า การแสดงรายการทรัพย์สิน หนี้สิน ให้แสดงรายการทรัพย์สินที่เป็นของตนเองไม่ใช่ทรัพย์สินของคนอื่น ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องก็เป็นรายละเอียดของแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ว่าเราตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้วจะเป็นบรรทัดฐานในเรื่องอื่นๆ” นายวรวิทย์ กล่าว และว่า สำหรับข้อห่วงใยจากผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆนั้นป.ป.ช.จะรับไว้เพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่อไป การทำงานของป.ป.ช.เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย การทำงานจึงต้องยึดหลักกฎหมายและพยาน หลักฐาน

เมื่อถามว่า กรณีนี้เป็นช่องโหว่หรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า “ยังไม่ถึงกับช่องโหว่ เพราะทั้งหมดต้องบอกว่าวัตถุประสงค์ของการยื่นรายการทรัพย์สินและหนี้สินต้องการสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต เราก็ไปตรวจสอบดูเป็นเรื่องๆไป”

เมื่อถามย้ำว่า กรณีนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คนอื่นมาอ้างเช่นกันเพื่อที่จะไม่แจ้งต่อป.ป.ช. นายวรวิทย์ กล่าวว่า “ไม่ห่วง เพราะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพิ่ม 7โรค ใน พ.ร.บ.โรคจากการประกอบอาชีพ-สิ่งแวดล้อมฯ ฉบับใหม่
บทความถัดไปพอแล้ว! “แมร์เคิล” ยันไม่คิดนั่งเก้าอี้นายกฯเมืองเบียร์อีกหลังหมดวาระ