‘ปิยบุตร’ ชี้ รธน. 60 คือระเบิดเวลา ซัด ‘ส.ว.’ ยิ่งกว่าสภาผัวเมีย อวยรัฐบาลออกนอกหน้า
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2563 ที่อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎร จนถึงตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ว่า อย่างที่เราทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้แก้ไขได้ยากมาก ในทางปฏิบัติอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่หากเราคิดว่าเป็นไปไม่ได้แล้วไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นการตั้ง กมธ. วิสามัญ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ผ่านอาจจะติดปัญหาจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ทำให้การทำงานล่าช้าออกไป แต่ตนคิดว่าหลังจากได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรให้ขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 90 วัน ก็คงจะทำงานกันมากขึ้น
ในส่วนของตน และสมาชิกกมธ. สมัยที่เป็นสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ 6 คน ก็ตั้งใจที่จะเขียนข้อเสนอทั้งหมดที่เคยพูดในที่ประชุม ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย โดยจะรวบรวมเขียนออกมาเป็นเอกสารชุดหนึ่งที่แจกแจงว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง ในท้ายที่สุดจะแก้ไขสำเร็จหรือไม่ ตนเชื่อว่า จะสำเร็จได้ต้องอาศัยพลังทางสังคมจากทุกกลุ่มทุกฝ่ายร่วมกันดนดัน โดยเฉพาะการเข้าไปกดดันที่ส.ว.
เมื่อถามว่า จะประเมินการทำงานตลอด 1 ปี ของ ส.ว. อย่างไรบ้าง นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนคิดว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ถือเป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะพี่น้องประชาชนได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่า ส.ว. 250 คน ถูกสร้างมาเพื่ออะไร และหลังจากนั้นอีก 1 ปีก็ยิ่งเห็นชัด ว่า ส.ว. ทำงานอย่างไร ได้เข้าร่วมลงมติกี่ครั้ง หรือขาดประชุมกี่ครั้ง ซึ่งการลงมติแต่ละครั้งก็ไม่เคยมีเสียงแตก คือชนะกันศูนย์หมด
“ผมคิดว่าส.ว. ตามบทเฉพาะกาลทำให้ข้ออ้าง และเหตุผลทั้งหมดของการมี ส.ว. ในประเทศไทยหายไปหมดเลย สมัยก่อนเรามักจะถกเถียงกันว่า ส.ว. มีไว้ทำไม ควรจะมาจากการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง และก็มักจะกล่าวอ้างกันว่า หากส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ก็จะได้สภาผัวสภาเมีย สภาพี่สภาน้อง แต่วันนี้ส.ว. 250 คน ก็ทำให้เห็นชัดแล้วว่า เป็นยิ่งกว่าสภาผัวสภาเมีย มันคือสภาเครือข่ายอำนาจของคณะรัฐประหาร เพราะตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลเลย หนำซ้ำบางคนก็อวยรัฐบาลจนออกนอกหน้า” นายปิยบุตร กล่าว
เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ความขัดแย้งและการแก่งแย่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง และการวิ่งเต้นเพื่อให้เกิดการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายปิยบุตร กล่าวว่า ความจริงตนรณรงค์เรื่องนี้ตั้งแต่ออกเสียงประชามติแล้ว เพราะเรามองเห็นว่าหากปล่อยรัฐธรรมนูญนี้ออกไป มันจะดึงบ้านเมือง และการเมืองไทยถอยหลังกลับไปเหมือนปี 2520 ที่เรียกว่า สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่มีการเลือกตั้งเป็นเหมือนพิธีกรรม โดยในท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญจะสร้างปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น วันแรกที่เรามีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ที่ก่อให้เกิดการจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ จนมีการตั้งรัฐบาลแบบสหพรรค โหวตแต่ละครั้งก็ต้องลุ้นทุกครั้ง นำมาซึ่งการซื้อขายงูเห่า แจกกล้วย และการยุบพรรค
“รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด ผมจึงอยากเชิญทุกสถาบันการเมือง และนักการเมืองทั้งหลาย มาช่วยกัน ถอดสลักระเบิดลูกนี้ ตอนปี 2534 เราก็มีรัฐธรรมนูญลักษณะแบบนี้ ที่วางการสืบทอดอำนาจของ รสช. วันนั้นเราไม่ร่วมกันถอดสลักระเบิด สุดท้ายเกิดพฤษภา 35 จนมีประชาชนบาดเจ็บล้มตายกันจำนวนมาก ครั้งนี้เรายังมีโอกาสอยู่ จึงอยากเชิญมาร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับบนี้กัน” นายปิยุบตร กล่าว


