หน้าแรก การเมือง โคทม จี้ สถาน...

โคทม จี้ สถานทูตตามปม”วันเฉลิม” แนะคนไทยอย่าเพิกเฉย สิทธิในชีวิตเป็นเรื่องของทุกคน

7.06.20 | 19:52 น.
‘โคทม’ จี้สถานทูตตามปม ‘วันเฉลิม’ แนะคนไทยอย่าเพิกเฉย ชี้ สิทธิในชีวิตเป็นเรื่องของทุกคน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน จากกรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลังไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ถูกพาตัวขึ้นรถหายตัวอย่างลึกลับขณะแวะซื้อของหน้าอาคารที่พักในช่วงเย็นของวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งเกิดกระแสติดแฮชแท็ก#savewanchalearm รวมถึงการออกแถลงการณ์ของกลุ่มต่างๆ และการจัดกิจกรรมเรียกร้องความยุติธรรมบริเวณสกายวอล์กหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กรณีนายวันเฉลิม สถานเอกอัครราชทูต ไทย ณ กรุงพนมเปญ มีหน้าที่ไต่ถาม แสดงความห่วงใย ขอข้อมูล เพราะสถานกงสุลทุกแห่งของไทยมีหน้าที่ต้องดูแลคนไทยในประเทศนั้นๆ เมื่อมีข่าวนี้เกิดขึ้น ไม่ควรเพิกเฉยในการติดตาม และถ้าหากมีข้อมูลอื่น เช่น หลังจากที่รัฐบาลตรวจสอบแล้วอาจไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลส่วนใดของไทยที่ไปดำเนินการ ก็ต้องเป็นคดีที่จะดำเนินการ ขั้นแรกอาจมีการสืบสวนสอบสวนข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่ามีมูลหรือไม่ มีหน่วยราชการใดของไทยเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องก็ต้องเรียกคนที่อาจจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับเรื่องนี้ให้มาให้ปากคำ ให้ข้อเท็จจริง ยิ่งไปกว่านั้นคือส่วนที่จะก่อให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เรื่องเหล่านี้ หากคิดเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คุณ ก. คุณ ข. ถ้าเกิดข่าวทำนองนี้ ก็ไม่ควรเพิกเฉย แต่ควรมีการดำเนินงานที่ขยันขันแข็ง

สำหรับบทบาทของกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทย มองว่าคงมีกระบวนการ วิธีพิจารณาเรื่องราว ตนคาดว่าสามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1. หยิบเรื่องขึ้นมาพิจารณาได้เอง 2. มีคนร้องเรียนเข้าไป ว่ามีกรณีอย่างนี้ เช่น หากมีญาติ หรือผู้มีส่วนได้เสียร้องเรียนไปยังกรรมการสิทธิฯ สมัยก่อนจะมีการตั้งเรื่องว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดใด แต่ปัจจุบันตนไม่ทราบว่ายังมีคณะทำงานในลักษณะนี้หรือไม่ เข้าใจว่าไม่มีแล้ว ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน คงต้องไปสอบถามกรรมการสิทธิฯ ว่ารับเรื่องหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร

กรณีนักศึกษาออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย อีกทั้งต้องสอบสวนคดีในลักษณะเดียวกันทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งไม่มีอายุความ มองว่า การบังคับสูญหาย ถ้าเกิดในประเทศ ในราชอาณาจักร ก็มีสิทธิภาพที่จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเกิดนอกราชอาณาจักร ก็ต้องขอความร่วมมือกับประเทศนั้นๆ นี่คือประการแรก ถามว่ากรณีวันเฉลิมจะเป็นกระแสที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ ตนก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

Advertisement

“ไม่อยากให้คนไทยนิ่งนอนใจหรือเฉยๆ เพราะคิดว่าคงไม่เกิดกับตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนเรียบร้อย อยู่กับร่องกับรอย คนที่ถูกบังคับสูญหายคือคนที่ไปทำอะไรไม่ดีไม่งาม ขอความกรุณาอย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะไม่ว่าใครก็ตาม เขาก็มีสิทธิในชีวิตและเสรีภาพ ถ้าเขาทำผิดกฎหมายข้อหนึ่งข้อใดก็เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ขอให้เรายึดหลักตรงนี้ให้มั่น ไม่แยกเขา แยกเรา ถ้าไปคิดแยกเขาแยกเรา ก็ไม่ต้องลงโทษใครทั้งสิ้น เพราะเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวกับเรา อย่างนี้ไม่ได้ แต่ต้องมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คนๆหนึ่งที่เป็นคนไทยหรือไม่ใช่คนไทยก็ตามที่ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิในชีวิตในการดำรงอยู่ ถือเป็นเรื่องของคนทุกคน” นายโคทมกล่าว