เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเรื่อง ส.ส.ของประชาชน ระบุว่า
การเมืองในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ประชาชนมอบให้ตัวแทน คือ ส.ส. เข้าไปใช้อำนาจแทน โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งบ้านเรา กฎหมายบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง หรือมีค่ายสังกัด
ขณะที่เงื่อนไขการตั้งพรรคการเมืองยุ่งยากต้องใช้คนและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ไม่มีทางที่คนดี มีอุดมการณ์ ลูกหลานชาวบ้าน ที่ตั้งใจจะเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจะตั้งพรรคการเมืองหรือลงสมัคร ส.ส. ได้ ถ้าไม่ยอมเข้าสังกัดพรรคการเมืองที่มีอยู่
เมื่อต้องสังกัดพรรค มีโอกาสเป็น ส.ส. ความตั้งใจทำเพื่อประชาชนอาจยังมีอยู่ แต่ความเป็นตัวของตัวเอง ความเข้มข้นของอุดมการณ์เพื่อประชาชน จะเจือจางลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องทำตามนโยบายพรรค ทำตามมติพรรค ทำตามทิศทางที่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคอยู่
ความสำคัญของประชาชนหมดไป หลังจากใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้ว อาจได้รับการหยิบยื่นโครงการหรือผลประโยชน์อื่นใดให้บ้าง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
นโยบายหรือโครงการของรัฐส่วนใหญ่จะแฝงเร้นด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มทุนหรือผู้อุปถัมภก์พรรค
งบประมาณจากภาษีราษฎร จะขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อยังประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รั่วไหลตลอดทาง
กลไกการควบคุม ตรวจสอบของตัวแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร ไร้ผล เหมือนเล่นปาหี่ จนประชาชนเอือมระอา เสื่อมความเชื่อถือศรัทธาลงไปเรื่อยๆ จนส่งผลต่อความรู้สึกไม่รักหวงแหนระบอบประชาธิปไตยในที่สุด
ถึงเวลาลดบทบาทของพรรคการเมือง เปิดโอกาส ให้สมัคร ส.ส. ได้ โดยไม่ต้องสังกัดพรรค
เพื่อให้ได้ ส.ส. จากประชาชน ของประชาชน ทำเพื่อประชาชน รับผิดชอบต่อประชาชน และควบคุมโดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง

