วันนี้ (24 ก.ค.) ผศ.ธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกคณะนิติราษฎร์ ได้โพสต์ข้อความที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นกรณีการลงประชามติ มีรายละเอียดดังนี้
หากลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็เลิกคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาเป็นองค์กรหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยสมาชิกวุฒิสภาจะมีบทบาทสำคัญในการออกเสียงลงคะแนนทั้งวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ และวาระที่สามขั้นให้ความเห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
ตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนด “เงื่อนไขบังคับ” ไว้ว่า ทั้งสองวาระนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ในวาระ 5 ปีแรกหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก็เมื่อสมาชิกวุฒิสภาเกือบทั้งหมด มาจากการคัดเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนั้น การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่วุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบ
บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญอย่างนี้ จึงเกิดผลน่าเกลียดตรงที่ว่า แม้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คนต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งแม้เพียงกึ่งหนึ่ง หรือจะตัดอำนาจวุฒิสภาไม่ให้มีบทบาทให้ความเห็นชอบบุคคลผู้จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ
ขอเพียงสมาชิกวุฒิสภาจำนวนพียง 170 คนไม่เห็นชอบด้วยเท่านั้น ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ต้องตกไปตั้งแต่ในชั้นวาระแรก เพราะสมาชิกวุฒิสภาไม่รับหลักการให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบนั้น
สมาชิกวุฒิสภาเพียงแค่ 170 คน จึงสามารถล้มเจตจำนงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คนได้
และเป็นบทสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ผู้ของประชาชน” ไม่สำคัญเท่ากับ “ตัวแทนของ คสช.” ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ครับ…หากลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็เลิกคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยครับ

