หน้าแรก การเมือง ‘อนุทิน’ เตรี...

‘อนุทิน’ เตรียมเสนอ ศบค.จับคู่บินข้ามประเทศ ยันต้องคลายล็อกให้เศรษฐกิจเดินต่อได้

12.06.20 | 10:40 น.
‘อนุทิน’ เตรียมเสนอ ศบค.จับคู่บินข้ามประเทศ ชี้ ไทยควรคลายล็อกให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ถึงแนวคิดการยกเลิกการประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน หรือเคอร์ฟิวเป็นเวลา 15 วัน ว่า รอให้ประชุม ศบค.ก่อนแต่แนวโน้มจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า แนวโน้มที่ดีขึ้นจะถึงขั้นการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอถามนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆ ที่เราทำมาล้วนเป็นการทำเพื่อลดการติดเชื้อภายในประเทศให้น้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้เราไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศมา 17 วันแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ไปอีกนานได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี แต่ขอว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งนำเรื่องนี้ไปโยงกับเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะทุกอย่างที่จะต้องมีการตัดสินใจ ศบค.ต้องมั่นใจว่าประชาชนจะมีความปลอดภัยและประเทศไทยปลอดเชื้อ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าไว้วางใจได้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนออกมา เราทุกคนก็ยังต้องระมัดระวัง ทางที่ดีที่สุดทุกคนยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข้อเรียกร้องให้เปิดสนามบินนานาชาติภูเก็ตมีความเป็นไปได้ในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะนำเสนอในที่ประชุม ศบค.ในวันเดียวกันนี้ เพราะมีผู้ประกอบการการท่องเที่ยว รวมทั้งอีกหลายหลายฝ่ายเรียกร้องมา ส่วนตัวคิดว่าควรจะต้องเปิดสนามบินนานาชาติภูเก็ตได้แล้ว เพราะขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิเองก็ยังเปิดให้บริการแล้วเช่นกัน เมื่อถามย้ำว่า ต้องการให้เปิดภายในเดือนนี้หรือเริ่มในเดือนกรกฎาคม นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องการให้เปิดเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ไม่มีการติดเชื้อภายใน ประเทศมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะครบ 28 วัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาดังกล่าวก็ถือว่ามีเหตุผลเพียงพอในการที่จะคลายล็อกต่างๆ

เมื่อถามว่า ภาพรวมการเปิดการบินระหว่างประเทศจะสามารถเริ่มได้ในเดือนกรกฎาคมนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ใจเย็นๆ ขณะนี้มีความคิดที่จะให้มีการจับคู่เดินทางระหว่างประเทศ โดยประเทศของเราก็จะไปดูประเทศที่มีมาตรฐานในการควบคุมกลุ่มโรคที่อยู่ระดับเดียวกัน หรือประเทศที่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้ดี ลดการแพร่ระบาดไปได้มาก เป็นลักษณะทำความตกลงจับคู่กัน โดยประเทศทั้งสองฝ่ายจะต้องทำมาตรการในการคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศของตัวเอง ซึ่งวันเดียวกันนี้ตนจะเสนอรูปแบบดังกล่าวให้ที่ประชุม ศบค. และนายกรัฐมนตรีพิจารณา

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่า แนวทางการเปิดประเทศจะเป็นลักษณะการท่องเที่ยวอย่างจำกัด หรือ Travel Bubble หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่า มีแนวคิดเช่นนั้นแต่ขอย้ำว่าไม่ใช่การเปิดเดินทางโดยเสรี เพราะทั้งสองประเทศต้องมานั่งหารือกันถึงมาตรการคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศ ขณะนี้เอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา และตอบรับแนวคิดดังกล่าวด้วยเช่นกัน จะนำเสนอให้ที่ประชุม ศบค.พิจารณา ถ้าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเราก็จะเดินหน้าเปิดเจรจากับประเทศต่างๆ ต่อไป โดยอาจจะเริ่มต้นโดยให้นักธุรกิจเข้ามาก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวยังคงต้องรอขั้นตอนต่อไป

ส่วนที่ยังพบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักกันของรัฐนั้น ทั้งหมดก็เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อพบการติดเชื้อก็นำไปรักษาตัวทันที ไม่มีไม่มีหลุดไปไหน

“ประเทศไทยจะอยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ได้ ก็ต้องมีการปรับ ต้องทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ธุรกิจต่างๆ ทำงานได้ ที่สำคัญที่สุดผู้ประกอบการและลูกจ้าง จึงต้องทำทุกอย่างแม้อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อบ้าง แต่ถ้าเรายังมีระบบการคัดกรองและระบบการรักษาที่ดีก็มั่นใจได้ว่าเรายังสามารถคุมสถานการณ์ได้ จึงต้องพยายามคืนสู่สภาพปกติให้ได้เร็วที่สุด” นายอนุทิน กล่าว