หน้าแรก การเมือง ร้าว ส.ส.พปชร...

ร้าว ส.ส.พปชร.กทม.แยกกลุ่ม แฉแกนนำพรรคไม่สนับสนุนช่วงโควิด ‘บี’ ขอดูยาวๆ

13.06.20 | 08:40 น.

ร้าว ส.ส.พปชร.กทม.แยกกลุ่ม แฉแกนนำพรรคไม่สนับสนุนช่วงโควิด “บี” ขอดูยาวๆ

บรรยากาศการเมืองไทยภายหลังเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองขนาดใหญ่-กลาง เริ่มมีความเคลื่อนไหวตั้งเค้าความขัดแย้งภายใน พรรคเพื่อไทยมีการตั้งกลุ่มแคร์ มีแกนนำมาจากบรรดาผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย รากฐานดั้งเดิมของพรรคเพื่อไทย ที่มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นพรรคการเมืองใหม่
พรรคประชาธิปัตย์เกิดแรงกระเพื่อมล็อบบี้กรรมการบริหารพรรคให้ลาออก หวังเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล แม้เริ่มคลี่คลายที่จะมีความชัดเจนเรื่องการประชุมใหญ่ในวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อเลือกกรรมการคณะกรรมการพรรคชุดใหม่ ที่มีแนวโน้มค่อนข้างแน่นอนว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการยุทศาสตร์พรรคจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ขณะนี้เลขาธิการพรรคช่วงชิงระหว่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายอนุชา นาคาศัย แต่สำหรับ ส.ส.ในพื้นที่กรุงเทพฯ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และประธานยุทธศาสตร์ กทม. ดูแลอยู่ อาจมีปัญหาความไม่เป็นเอกภาพเมื่อกลุ่ม ส.ส.กทม.ไปลงพื้นที่กับกลุ่มของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายพุทธิพงษ์กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ยังทำงานร่วมกันอยู่ ที่มองกันว่าภาพ ส.ส.กทม.แตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่อยู่กับนายพุทธิพงษ์มี 7 คน และกลุ่มที่อยู่กับ น.ส.วทันยามี 5 คน ต้องดูยาวๆ ทุกอย่างเป็นไปได้

เมื่อนักข่าวถามว่าห่วงหรือไม่ว่าจะมีการชวน ส.ส.กทม.ออกไปตั้งกลุ่ม เพื่อต่อรองทางการเมือง นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ไม่แน่ใจเรื่องการไปตั้งกลุ่ม และไม่เชื่อเรื่องการต่อรองตำแหน่ง เพราะไม่ใช่ระบบและวิธีที่ถูกต้อง

“ผมเป็นคนทาบทามและเป็นคนชวน ส.ส.และผู้สมัคร กทม.เกือบทุกคนมาเอง แต่ผมไม่สามารถไปเป็นเจ้าของความคิดและความเห็นของใครได้ วันหนึ่งหากใครคิดจะไปไหนก็ต้องให้เกียรติและสิทธิ แต่ถ้าวันหนึ่งผมนั่งคิดได้ก็อาจเสียใจด้วยตัวเองว่า เราเลือกมาเองและสนับสนุนเขาไปถึงฝั่งแล้ว ก็เป็นสิ่งที่เขาจะดำเนินการได้ตามความคิดของเขา ส่วนผมก็มีความคิดของผมเอง” นายพุทธิพงษ์กล่าว

รายงานข่าวเปิดเผยว่า การแยกตัวของกลุ่ม ส.ส.กทม. มีส่วนมาจากช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ทางแกนนำพรรคไม่ได้ดูแล ส.ส.ซึ่งต้องลงพื้นที่ และมีค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนเกินกำลังของ ส.ส. เมื่อสอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบว่าจะสนับสนุน

Advertisement