หน้าแรก การเมือง ‘แทรเวล บับเบ...

‘แทรเวล บับเบิล’ จับคู่ ‘ปท.-เมือง’ ฟื้น ‘ท่องเที่ยว’

14.06.20 | 07:36 น.

‘แทรเวล บับเบิล’ จับคู่ ‘ปท.-เมือง’ ฟื้น ‘ท่องเที่ยว’

แทรเวล บับเบิล – หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เริ่มเบาบางลงในหลายประเทศ ส่งผลให้แต่ละประเทศต้องการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะมองว่าเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้เกิดการเดินทางระหว่างกันและสร้างการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด

จากเรื่องดังกล่าวทำให้ล่าสุดมีการพูดถึงเรื่อง การเปิด Travel Bubble หรือการจับคู่เปิดท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่เป็นการเปิดการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเฉพาะประเทศที่สามารถจัดการโควิดได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการกักตัว (State Quarantine) 14 วัน!

แทรเวล บับเบิล (Travel Bubble) ถือเป็นคำศัพท์ใหม่ของการท่องเที่ยวโลกในยุคการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการกำหนดโซนท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและปลอดโรค โดยแต่ละประเทศจะเจรจาจับคู่กันเพื่อให้คนสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่มีการกักตัว แต่ต้องมีการตรวจโรคโควิด-19 และมีเอกสารรับรองเรื่องสุขภาพแจ้งแก่ประเทศปลายทาง

โดยปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ เช่น กลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติก ในยุโรปตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย ลัตเวีย ลิทัวเนีย เอสโตเนีย เริ่มทำ Travel Bubble แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม โดยกลุ่มนี้อนุญาตให้ประชากรทุกคนเดินทางไปมาได้อย่างเสรี นอกจากกลุ่มดังกล่าวแล้วยังพบว่า สิงคโปร์ได้มีการจับคู่กับบางมณฑลในจีน ที่อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจหรือข้าราชการที่มีใบอนุญาต และใบรับรองสุขภาพเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เจ้อเจียง เทียนจิน เจียงซู และฉงชิ่ง ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังพบว่า ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแผนเปิด แทรเวล บับเบิล โดยมีแผนจะจับคู่กับไทย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และเวียดนาม ขณะที่จีนนอกจากจับมือกับสิงคโปร์แล้วยังมีแผนจับคู่กับ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า เพื่อเปิดให้เที่ยวได้ใน 10 ภูมิภาคของจีน ขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์มีกำหนดจะเปิดกับออสเตรเลียในเดือนกันยายนนี้ หรือประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน ยกเว้นสเปน เป็นต้น โดยกลุ่มนี้จะเปิดในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

Advertisement

ขณะที่ในประเทศไทยนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมความพร้อมเพื่อเปิดแทรเวล บับเบิลให้ได้ภายในปลายปีนี้

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมความพร้อมการเจรจาจับคู่การเดินทางกับประเทศที่สามารถจัดการกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้ดีเยี่ยมจนสามารถเปิดการเดินทางระหว่างกันได้โดยไม่ต้องกักตัวหรือที่เรียกว่า แทรเวล บับเบิล (Travel Bubble) ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นแล้วหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ เปิด Travel Bubble กับออสเตรเลีย ซึ่งจะเริ่มเดือนกันยายนนี้ หรือประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย Travel Bubble ด้วยกัน ยกเว้นสเปน เป็นต้น เนื่องจากต้องการฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้จะเริ่มดำเนินการได้ทันทีคือกลางเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่ในประเทศไทย คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณปลายปีนี้

“นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจกับการเปิด แทรเวล บับเบิล อย่างมาก จึงสั่งการตรงลงมา โดยอาจเริ่มจากการเจรจาในระดับกลุ่มประเทศซึ่งสามารถทำได้ในทันที เพื่อให้เมื่อสถานการณ์สงบจะเปิดการเดินทางได้ทันที โดยคนที่จะเดินทางไปจะต้องไม่ติดเชื้อไวรัสและไม่ต้องกักตัว 14 วัน ขณะเดียวกันประเทศไทย ยังได้รับการยอมรับว่า สามารถจัดการปัญหาโควิด-19 ได้ยอดเยี่ยมในระดับโลก และผู้ป่วยที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในสถานกักกันผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ไม่ใช่การแพร่เชื้อระหว่างกันในประเทศ ทำให้เริ่มมีมาตรการคลายล็อกดาวน์ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเริ่มเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว”

ขณะที่ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า ททท.เร่งเตรียมความพร้อมในการเจรจาเรื่อง “แทรเวล บับเบิล” เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว เปิดให้ไปมาหาสู่กันได้โดยไม่ต้องถูกกักตัว ททท.จะร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯและกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เร่งศึกษาถึงขั้นตอนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างระมัดระวังภายใต้มาตรฐานสุขอนามัยใหม่

“ประเทศต้นทางจะต้องเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงของโรคโควิด-19 ต่ำ และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกับประเทศไทย คาดว่ากลุ่มประเทศแรกๆ ที่จะเจรจาด้วยคือประเทศในภูมิภาคเอเชีย” ยุทธศักดิ์กล่าว และว่า สิ่งสำคัญคือ ไทยจะต้องมีมาตรการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนในประเทศว่าจะไม่มีการระบาดซ้ำซ้อน ส่วนจะทำได้เร็วแค่ไหนยังต้องรอความชัดเจนในส่วนของมาตรการด้านสาธารณสุขก่อนว่าจะมีแนวคิดอย่างไรในการผ่อนปรน และเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำเงื่อนไขทั้งหมด ไปหารือกับประเทศที่จะทำแทรเวล บับเบิลกัน เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อมีการเดินทางเข้ามาของต่างชาติแล้ว จะไม่มีการกลับมาแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอก 2โดยที่ผ่านมามีการประสานเบื้องต้นกับบางประเทศไว้แล้ว แต่เป็นการหารือกันภายในแบบไม่เป็นทางการเท่านั้น ซึ่งหากจะทำแทรเวล บับเบิลจริง คงต้องหารือกันอย่างเป็นทางการต่อไป ซึ่งประเมินว่าประเทศที่จะสามารถจับคู่เดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันในระยะเริ่มต้น น่าจะเป็นประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย เพราะมีการจัดการและรับมือกับโควิด-19 ได้ดี รวมถึง
เป็นการเดินทางในระยะใกล้ๆ ด้วย

ด้าน นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ล่าสุดภาคเอกชนได้หารือร่วมกัน ในส่วนของมาตรการที่ยังต้องการให้ภาครัฐออกมาเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดทำข้อมูลแล้วนำเสนอรัฐมนตรีท่องเที่ยวได้ในเร็วๆ นี้ โดยเบื้องต้นสิ่งที่เอกชนต้องการเห็นรัฐทำเพิ่มเติมออกมาคือ การกระตุ้นตลาดต่างชาติ ผ่านการจับคู่ประเทศที่มีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาด ได้ดีไม่แตกต่างจากประเทศไทย หรือสามารถจัดการได้ดีกว่า อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยต้องหารือกันเป็นรัฐต่อรัฐ เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน ส่วนการเดินทางเข้ามาต้องกำหนดเงื่อนไขพิเศษ อาทิ มีใบรับรองว่าผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มีการยืนยันว่าไม่พบเชื้ออย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อมีใบรับรองแพทย์ยืนยันแล้วก็ไม่ต้องกักตัวดูอาการ 14 วัน ทั้งการมาไทยและการเดินทางกลับประเทศต้นทาง

หากประเทศไทยสามารถเปิดโครงการดังกล่าวได้ คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ที่จะเดินทางเข้าไทย จะเป็นนักธุรกิจ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวจะสามารถช่วยเรื่องตลาดไมซ์ หรือตลาดการจัดประชุม สัมมนา การแสดงนิทรรศการและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลได้ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายสูง มากันเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าได้

หากทำได้จะช่วยดึงเศรษฐกิจของประเทศทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า การส่งออกการนำเข้าให้กลับมาผงกหัวได้อีกครั้ง !

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“บิ๊กตู่”เคาะเฟส4เลิก”เคอร์ฟิว”หา กม.แทน”ฉุกเฉิน” ด้าน”พิพัฒน์”ชงแทรเวลบับเบิล 2 กลุ่ม-แจก 3 พันเที่ยวไทย

ต่างประเทศ : ทรานส์-ทาสมัน ทราเวล บับเบิล อนาคตการท่องเที่ยวหลังโควิด-19?