พลันที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ”จุดยืน” ออกมา
ทิศทางของ “ประชามติ” ก็เริ่มชัด
“แหล่งข่าว” ในพรรคประชาธิปัตย์ รายงานจังหวะก้าวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อกลับจากสหรัฐอเมริกาว่า
1 จะหารือกับ “ผู้ใหญ่” ในพรรค
ขณะเดียวกัน 1 ท่าทีที่จะแถลงออกมามิได้ปรากฏในลักษณะอันเป็น “มติ”
เพราะพรรคมิอาจ”ประชุม”ได้
แต่ที่แน่นอนเป็นอย่างมากก็คือ จะออกมาโดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นตัวนำ
แวดล้อมด้วยระดับรองหัวหน้าพรรค “จำนวนหนึ่ง”
ทิศทางก็คือ 1 ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และ 1 ไม่รับต่อ”คำถาม พ่วง”
ไม่มี “กั๊ก” ไม่เหยียบ “เรือ 2 แคม”
ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ และโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นนี้
1 เท่ากับ “สวน” กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เพราะว่า น้ำเสียงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นับแต่ดำเนินเฟซบุ๊กไลฟ์วันที่ 24 มิถุนายน เป็นต้นมา
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ดีเลิศ” ประเสริฐศรี
1 เท่ากับเป็นการจัดระเบียบและตั้งแถวให้กับพรรคประชาธิปัตย์
เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำ
เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่สืบสานจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยซึ่งเคยประกาศเมื่อเดือนเมษายน 2489
พร้อมต้าน “เผด็จการ” ทุกรูปแบบ
ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ไม่ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ล้วนร่วม”ลงนาม” กับ “กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย”
กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใยอันมี นายโคทม อารียา นายสุริชัย หวันแก้ว และ นายจอน อึ้งภากรณ์ ถือธงนำ
บางคนอาจสรุปว่าเป็นกลุ่ม “โลกสวย”
แต่จุด 1 ซึ่งสำคัญและไม่ควรมองข้ามก็คือ กลุ่มนี้เน้นอย่างหนักแน่นไปยังสถานการณ์ใหม่
สถานการณ์หลัง “ไม่ผ่าน” ประชามติ
เป็นคำถามไปยัง “คสช.” เป็นคำถามไปยังกระบวนการร่าง”รัฐธรรมนูญ”ฉบับใหม่
ถามถึง “ความชอบธรรม”
ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว 2 ฉบับแล้วล่มระเนระนาด ยังจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 อีกหรือ
เท่ากับถาม นายมีชัย ฤชุพันธุ์

