เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้แกนนำและผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะออกมาแสดงความเห็นกรณี นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำปชป. ออกมากล่าวถึงกรณีความขัดแย้งภายในพรรค ปชป.และกระแสการย้ายพรรคของส.ส.บางคน
โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายวิทยา กล่าวว่า มีความขัดแย้งภายในพรรคแต่ยังไม่เห็นว่าจะมีใครเป็นแกนหลักไปล้มล้างหัวหน้าพรรค ปชป.ปัจจุบันได้ ตอนนี้จึงเป็นภาพความอึมครึมคิดว่าไม่เป็นผลดี ในภาวะที่พรรคต้องสร้างความมั่นคงเข้มแข็ง คนที่บริหารพรรคควรเปิดกว้างรับฟังผู้อื่น ด้านการบริหารพรรคไม่ใช่การยกพรรคให้ไปเป็นเจ้าของ พรรค ปชป.เป็นของทุกคนมาโดยตลอด อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าพรรคนี้มีตัวตนบางคนเป็นเจ้าของ ดังนั้น อย่าพยายามแบ่งกลุ่มแบ่งขั้ว ควรเปิดพรรคให้เป็นไปตามแนวทางอุดมการณ์ ไม่เช่นนี้พรรคการเมืองในประเทศไทยปัจจุบันเกือบไม่สามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนได้เลย ทุกพรรคการเมืองอยู่ในภาวะตกต่ำคล้ายคลึงกันหมด ถ้าเป็นเช่นนี้จะยิ่งทำให้วงจรการเมืองเข้าสู่วงจรอุบาทว์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อพรรคเป็นหลักไม่ได้การเข้าสู่การเมืองการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะยิ่งมีการซื้อสิทธิขายเสียงรุนแรงยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาองค์กรกำกับการเลือกตั้งไร้ประสิทธิภาพเป็นการสูญเปล่าอยู่ภายใต้การครอบงำของบุคคลไม่สามารถให้ความเป็นธรรมในการเลือกตั้งได้ พรรค ปชป.ต้องเปิดกว้างในการปฏิรูปไม่เช่นนั้นปชป.จะตกต่ำกว่าเดิม
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน จ.นครศรีธรรมราช มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการเคลื่อนไหวจะเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคใหม่และมีข่าวว่า ส.ส.ของพรรคบางคนอาจย้ายไปอยู่พรรคอื่น โดยมีการพูดถึง น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรค ปชป. ที่อาจออกจากพรรคปชป. เพราะก่อนหน้านี้น.ส.พิมพ์ภัทราเคยอยู่ในกลุ่มกปปส. อีกทั้งที่ผ่านมามีการโพสต์ข้อความเป็นนัยๆ บางประการ ขณะที่มีกระแสข่าวจากผู้ใกล้ชิดนายชัยชนะ เดชเดโช รองโฆษกพรรค ปชป. ระบุว่า นายชัยชนะสั่งทีมงานห้ามคุยเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้ประชาชนสับสน

