‘เพื่อไทย’ เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขพ.ร.ก.เงินกู้ในสัปดาห์นี้ จี้นายกฯถ้าจริงใจต้องรับร่าง

15.06.20 | 14:56 น.
“เพื่อไทย” เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.เงินกู้สัปดาห์นี้ จี้ “นายกฯ” หากจริงใจให้รับร่าง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท. ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงินฯ 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จากการเฝ้าติดการทำงานของรัฐบาล ทั้งในส่วนของงบประมาณที่ใช้เยียวยา 5 แสนล้านบาท มีข้อบกพร่อง ผิดพลาด บริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ หมดหวังว่าจะเยียวยา เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนได้อย่างไร ส่วนงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท เหมือนเอาไปแจกจ่ายตามหน่วยงานเพื่อแบ่งเค้กกัน เราปรารถนาที่จะเห็นการใช้เงินก้อนมหาศาลนี้อย่างมีวิสัยทัศน์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ดังนั้นการตรวจสอบและการเสนอแนะจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเราจะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงินฯ เข้าสู่ที่ประชุมสภา ในสัปดาหนี้ เราขอฝากคำถามไปยังนายกฯ ซึ่งท่านพูดเสมอว่าจะใช้เงินจำนวนมหาศาลอย่างมีประสิทธิภาพนั้น หากท่านจริงใจขอให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ถือเป็นตัววัดใจนายกฯ ​ว่าจริงใจแค่ไหน ทั้งนี้ ส่วนกฎหมายประกันสังคม เราเห็นแล้วว่าผู้ประกันตนได้รับความเดือดร้อน เราจึงได้เสนอร่าง เพื่อแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในส่วนของร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 63 เราพบปัญหาเยอะ งบที่ไม่ควรตัด เช่น งบกระทรวงสาธารณสุข งบของกระทรวงศึกษาธิการกลับตัด ส่วนงบกลาโหมหลายตัวที่ควรตัดกลับไม่ตัด ซึ่งในวันที่ 17 มิ.ย.แกนนำของพรรค พท.อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ นายสุทินจะแถลงที่รัฐสภาอีกครั้ง

ด้านนายโภคินกล่าวว่า เรายกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงินฯ ทั้ง 3 ฉบับเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เราเสนอให้ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มีกรรมการผู้สังเกตการณ์ 4 คน โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการเสนอของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2 คนและฝ่ายค้าน 2 คน รวม 4 คน ทำหน้าที่เหมือนกรรมการทุกอย่าง เว้นแต่ไม่มีอำนาจนาจหน้าที่ในการลงมติ และรายงานต่อสภาทุก 3 เดือน โดย ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 สามารถเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ ส่วน พ.ร.ก.เอสเอ็มอีควรจะเน้นการช่วยเหลือผู้ประกาศผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม เราคิดว่าควรจำกัดไว้ว่าแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท และทุกแห่งรวมกันต้องไม่เกิน 1 พันล้านบาท และเปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมตามคำนิยามในกฎหมายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เขาขอสินเชื่อจากธนาคารได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลหรือกำลังจะเป็น อยากให้ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนร่าง พ.ร.ก.ตราสารหนี้ เราเสนอให้มีคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์ โดยเป็นผู้ทรงวุฒิที่เสนอจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างละ 2 คน ไม่มีอำนาจในการลงมติ หลักการคือหุ้นกู้ออกใหม่ที่รัฐจะเข้าไปช่วยซื้อนั้นต้องไม่เกินร้อยละ 60 และควรจะมีการรายงานให้สภาทราบทุก 3 เดือน ว่าการลงทุนที่ทำไปเป็นอย่างไร รวมถึงให้โอกาส ส.ส. และส.ว.1 ใน 5 เข้าชื่อขอข้อมูลรายละเอียดในการลงทุนด้วย

ด้านนายสุทินกล่าวว่า จะให้ ส.ส.ร่วมลงชื่อและเสนอเข้าที่ประชุมสภา ได้เลยภายในสัปดาห์นี้ ในส่วนของกฎหมายประกันสังคมซึ่งเป็นปัญหาที่พรรค พท.พบ ยืนยันว่าเราจะรับฟังปัญหาจากผู้ประกันตน โดยจะจัดสัมมนาใหญ่ที่พรรค พท.ภายในสัปดาห์หน้า โดยเราจะนำร่างของเราเป็นตุ๊กตาให้ทุกคนมาแสดงความเห็นว่าอยากปรับแก้หรือเสริมแต่งตรงไหน คาดว่าไม่เกินต้นเดือน กรกฎาคมสามารถยื่นเข้าสู่สภาได้เช่นกัน ดังนั้นขอเชิญชวนผู้ประกันตนมาร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับ พ.ร.บ.ถ่ายโอนงบซึ่งอยู่ในการพิจารณาวาระ 2 และ 3 อยากให้ติดตามการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการซึ่งพบปัญหา บางส่วนไม่ควรตัดกลับตัด บางส่วนควรตัดกลับไม่ตัดทิ้ง ส่วนงบประมาณ 64 ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาวันที่ 24 กรกฎาคม รัฐบาลยังไม่ส่งเล่มมาให้เลย เราไม่อยากเห็นการส่งเล่มก่อนการอภิปรายเพียงสองสามวัน เพราะจะมีความเกี่ยวโยงไปถึงงบประมาณ 63 งบโอนและงบกู้ ซึ่งเงินไม่รู้ตั้งกี่กอง ถ้าไม่จัดแผนงานให้ดีจะมีปัญหา หวังว่าเราจะได้เล่มภายในสัปดาห์นี้ เพื่อจัดผู้อภิปรายในแต่ละด้าน