“ก้าวไกล” ผลักดันร่างพ.ร.บ.ฉุกเฉิน แทน พ.ร.ก. อัดที่ไม่ยอมยกเลิกเพราะรัฐบาลใช้ป้องกันตัวเองมากกว่าโรค เปรียบสภาฯเหมือนเสือกระดาษ หลังตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย
เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 18 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงถึงกรณีการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. …. ต่อรัฐสภา ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่รัฐบาลยังคงบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เอาไว้ โดยระบุว่าเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น เพราะมองว่าสามารถใช้กฎหมายปกติได้ และการใช้กฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหากระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน แม้จะอ้างเรื่องการคุมโรค แต่วันนี้ไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วแสดงให้เห็นว่าไม่มีความชอบธรรมที่จะประกาศใช้อีกต่อไป แต่จะเป็นการป้องกันไม่ให้วิจารณ์รัฐบาลมากกว่า
“การใช้กฎหมายนี้ไม่ได้เพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 แต่ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งมีประชาชนฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยถูกดำเนินคดีจากกฎหมายดังกล่าว จึงถามว่ามีไว้เพื่อปกป้องประชาชนจากโรค หรือปกป้องรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ หรือคงไว้เพื่อใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยหรือไม่ วันนี้สภาฯทำอะไรไม่ได้เลยเหมือนเป็นแค่เสือกระดาษ ที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจไม่สนว่าจะกระทบประชาชนอย่างไร ในเมื่อรัฐบาลไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรรคก้าวไกลจึงเสนอร่างพ.ร.บ.” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลให้ยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลง 4 ประการดังนี้ 1.ให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยฝ่ายบริหารสามารถใช้บังคับได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศ รวมถึงในการขยายระยะเวลาแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน และหลังสิ้นสุดการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วนายกรัฐมนตรีจะต้องทำรายงานผลการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย 2. ยกเลิกอำนาจในการออกข้อกำหนดห้ามนำเสนอข่าวสาร เพื่อให้สื่อมีอิสระในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร 3. ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง และยกเลิกข้อยกเว้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย เพื่อให้การใช้อำนาจภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินถูกตรวจสอบได้โดยองค์กรตุลาการ และ4. ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยภายใต้การประกาศสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงจะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการปรกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และต้องควบคุมตัวภายในสถานีตำรวจที่ญาติ รวมถึงทนายความเข้าถึงได้
อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าผลักดันร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ใช้อำนาจมีความรับผิดชอบต่อประชาชน และใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายให้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้โดยเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

