มั่นใจสัปดาห์นี้ออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหา จม.บิดเบือนร่างรธน.ในเชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมศรีนครพิงค์ ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดอกไม้ 62 ล้านบานสะพรั่ง ประจำจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.โกศล ปทุมชาติ ผบ.มทบ.33 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมหารือและเตรียมการจัดกิจกรรมประชาสมัพันธ์พร้อมกันทั่วประเทศ หรือ Big Day ตามโครงการประชารัฐร่วมใจ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้

ส่วนความคืบหน้าคดีจดหมายบิดเบือนร่าง รธน. และการออกใบปลิวโจมตีการออกมาใช้สิทธิลงประชามตินั้น นายปวิณกล่าวว่า ในส่วนของอำนาจผู้ว่าฯ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีนายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน เพื่อเริ่มดำเนินการตามระเบียบวันนี้ว่ามีความผิดหรือมีมูลหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบจึงยังไม่ได้เรียกใครมาสอบขอรอความชัดเจนก่อน และต้องแยกออกเป็น 2 ชุด คือ ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาลตำบลช้างเผือก

“ไม่หนักใจแม้ว่าผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีเป็นระดับผู้บริหารท้องถิ่นเพราะทำตามหน้าที่ และยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ แต่อย่างใด เพราะมีการทำหนังสือลาตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม ก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และในวันนี้ในการประชุมมชี้แจงแนวทางการจัดทำและบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2560 ของ อปท. ที่โรงเรมเชียงใหม่ออคิด อ.เมืองเชียงใหม่ ก็ได้กำชับผู้บริหารท้องถิ่นในช่วยกันรณรงค์การออกมาใช้สิทธิและเคร่งครัดต่อหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา” นายปวิณกล่าว

201607251323514-20021028190355

ด้านพล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า ในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญา อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเกินกว่า 5 คน แต่ไม่ขอให้รายละเอียดมากนักขอให้ ซึ่งในระหว่างนี้ยังมีการนำกำลังเข้าตรวจค้นในหลายสถานที่ ทั้งที่เดิมและที่ใหม่ เพื่อใช้หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงจากหลักฐานที่ได้มากเทียบกับวัตถุพยานที่มีอยู่ โดยวานนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเพื่อได้ชิ้นส่วนวัตถุพยานเพิ่ม และมีการประชุมหารือกันทุกวัน ในการรวบรวมพยานเอกสารและพยานวัตถุมาเทียบกันเพื่อนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับ

“ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อความละเอียดรอบคอบในพยานวัตถุ ทั้ง 3 ฝ่าย คือ ทหาร ตำรวจ และปกครอง เราทำงานร่วมกันและให้ความเป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกดำเนินคดี ส่วนที่จะสาวไปยังตัวผู้บงการหรือไม่ขอรอหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ต้องจบ โดยผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 5 คนขึ้นไปที่เตรียมออกหมายจับเป็นกรณีของเชียงใหม่ รอให้ศาลอนุมัติออกหมายจับก่อนจึงจะบอกได้โดย ผบช.ภ.5 จะเป็นผู้ให้ข่าวด้วยตนเอง” พล.ต.ต.มนตรีกล่าว

201607251323491-20021028190355

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวอีกว่า สำหรับนายวิศรุต คุณะนิติสาร ผู้ต้องหาบิดเบือนจดหมายร่าง รธน.นั้น ให้ความร่วมมือดี ขณะนี้ในส่วนของคดีที่เกิดแยกเป็น 2 คดี คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) พ.ศ.2559 และคดีสุราตามความผิดศุลกากรหลังจากตรวจพบสุราไม่ติดอากรแสตมป์ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่พิสูจน์ความจริงจากสมมุติฐาน พยานวัตถุและบุคคลแวดล้อมที่เกิด

ส่วน พล.ต.โกศลกล่าวถึงกรณีการดูแลความปลอดภัยของพยานในคดีนี้ว่า จะต้องเสริมกำลังดูแลเพิ่มเติมหรือไม่เป็นเรื่องของตำรวจ แต่จะน่าห่วงหรือไม่นั้นตรงนี้เราคิดอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นผู้ใหญ่กำชับให้สาวไปให้ถึงตัวผู้บงการให้ได้ และให้ทำอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพราะเป็นงานในหน้าที่ งานคืองาน แม้จะรู้จักคุ้นเคย มั่นใจว่าไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ทำไปตามหลักฐานที่ปรากฎและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ขณะที่นายเกรียงไกรกล่าวว่า หากมีนักการเมืองถูกซัดทอดและเข้าไปมีส่วนในการกระทำความผิดในคดีนี้จริง  ถ้ายึดตามกฎหมายประชามติตัวนี้  ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือว่าไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม  ถ้ากระทำความผิดจริงตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา  ก็จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และก็ศาลอาจจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้  และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอาจจะส่งผลต่อการที่จะลงเล่นการเมืองในอนาคตของเขา

“การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะไม่สามารถสมัครเป็นกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ไม่สามารถสมัครเป็นนักการเมืองได้ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ  ทั้งนี้ ต้องรอดูคำสั่งศาลก่อนว่าจะสั่งอย่างไรต้องรอดู  เพราะว่าบทกำหนดโทษนั้นเขียนไว้ชัดเลยว่า ศาลอาจจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี  แต่ถ้ากระทำการร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี” นายเกรียงไกรกล่าว

เมื่อถามว่า หากพบเอกสารบิดเบือนในสถานที่เจ้าของสถานที่ต้องมีความผิดด้วนหรือไม่นั้น นายเกรียงไกรตอบว่า หากเป็นลักษณะเตรียมการและมีการแจกจ่ายสำเร็จถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิด และต้องไปดูพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ ให้พอเชื่อได้ว่าเป็นที่ผลิตเอกสารหรือไม่ ซึ่งจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์ความจริงจากสมมุติฐานพยานวัตถุและบุคคลแวดล้อมที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 11.00 น. กำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และปกครอง เข้าตรวจสอบข้อมูลที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในคอมพิวเตอร์ ณ ที่สำนักงานปลัดเทศบาลตำบลช้างเผือก กองการศึกษา ซึ่งเป็นห้องทำงานของนายวิศรุต คุณะนิติสาร พนักงานเทศบาลตำบลช้างเผือก สังกัดกองวิชาการ แต่มีโต๊ะและนั่งทำงานในห้องดังกล่าว และต่อมาได้คุมตัวนักศึกษาฝึกงานจำนวน 3 คน เป็นชาย 1 หญิง 2 คน ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ที่ สภ.แม่ปิง เนื่องจากคาดว่าได้รับคำสั่งจากบุคคลให้ลบข้อมูลบางส่วนออกจากเครื่องพิวเตอร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สัตวแพทย์’ ชี้ ลิงฉีกรายชื่อผู้มีสิทธิ แค่ซน-อยากรู้อยากเห็น ไม่ได้ชอบสีชมพู
บทความถัดไป‘หมอเปรม’หายตัว หลังหอบสินสอดผูกข้อมือ แต่งเงียบสาว ม.5 ร.ร.ชี้ ‘เรื่องส่วนตัว’