‘พิเชษฐ’ ยัน 7 พรรคเล็กหนุน ‘เต้’ รมต. แม้อีก 3 ไม่เอา ด้านเต้ไม่ถอย ชี้เสียงหนุนเยอะกว่า

24.06.20 | 13:33 น.
“พิเชษฐ” ยัน 7 พรรคเล็ก หนุน “เต้” เป็นรมต. เมิน 3 พรรคเข้าคุยนายกฯ ด้านเจ้าตัวบอกก็เหมือนกับเลือก หน.พรรคที่มีทั้งคนเลือกกับคนไม่เลือก แต่บังเอิญว่ามีคนเลือกมากกว่า

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกันในระหว่างพรรคเล็ก ในการเสนอชื่อนายมงคลกิตต์ เป็นรัฐมนตรี โดยนายพิเชษฐกล่าวว่า ที่ตนได้แถลงข่าวไปนั้น เนื่องจากมีผู้สนับสนุนนายมคลกิตติ์ถึง 7 พรรค ซึ่ง 7 เสียงจาก 11 เสียงั้น ในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นเสียงข้างมาก ส่วนคนที่เดินทางไปพบนายกฯ ก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนของพวกเรา เห็นว่าหากมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรารู้ว่าใน 11 คนมีใครที่จะเป็นตัวแทนของพวกเรา เพราะนโยบายที่เราสัญญาไว้ไม่สามารถไปถึงประชาชนได้ ดังนั้นหากมีใครสักคนที่เป็นตัวแทนใน 11 พรรคเล็กเข้าไปนั่งใน ครม.จะสื่อสารในภาพรวมใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม ได้ถามทุกคนแล้ว ซึ่งไม่ได้บังคับใคร จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่ทั้ง 7 พรรคเห็นด้วยก็น่าจะเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องไปยืนยันอะไรกันายกฯอีก


เมื่อถามว่า จำเป็นต้องไปหารือนายกฯ หรือไม่ นายพิเชษฐกล่าวว่า คงไม่ต้อง เมื่อวาน (23 มิถุนายน) ก็เห็นว่ามีคนอา้งว่าเป็นตัวแทน 11 พรรคไปพบนายกฯ ซึ่งท่านก็ตอบเพียงว่าถึงเวลาจะปรับครม.แล้วจะบอกเท่านั้นเอง ยืนยันว่าเป็นผู้ใหญ่ถ้าไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้ามาแถลง ซึ่งใน 11 พรรคก็เหมือนกับฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่อาจจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ ยืนยันว่าไม่มีปัญาในการทำงานร่วมกันเพราะทุกคนก็ยกมือในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว

ด้านนายพีระวิทย์กล่าวว่า ยืนยันว่ายินดีสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ ซึ่งนายมงคลกิตติ์เองก็ยินดีที่จะทำตามนโยบายของทุกพรรค ส่วนนายกฯจะให้หรือไม่ให้อยู่ที่ท่านเมตตา เราในฐานะส.ส.ที่มาจากระบอบประชาธิปไตยก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอ และยืนยันว่านายมงคลกิตติ์ ไม่ได้มโน หรือแอบอ้างไปเอง

ขณะที่นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตามหลักประชาธิปไตย เช่นการเลือกหัวหน้าพรรคก็มีคนเลือกกับคนไม่เลือก แต่บังเอิญว่ามีคนเลือกมากกว่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน เช่นเดียวกับการสรรหานายกฯ ซึ่งท่านก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลคนไทยทั้ง 65 ล้านคนโดยไม่เกลี่ยงงอน เพราะเป็นหน้าที่ของผู้บริหารประเทศที่ต้องมีหัวใจเป็นกลางตามหลักระบอบประชาธิปไตยเพื่อความปรองดองของคนในชาติ เราก็ต้องร่วมมือกันให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม

Advertisement