‘ไพบูลย์’ เผย มติเอกฉันท์เลือก ‘บิ๊กป้อม’ ขึ้นหัวหน้า รอแต่งตั้ง 9 รองหัวหน้า จาก 23 กก.บห. ปัดปม ‘ปิดฉาก 4 กุมาร’

27.06.20 | 17:22 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ห้องแกรนด์ไดมอน บอลรูม เมืองทองธานี นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้เตรียมการจัดประชุมใหญ่สามัญพรรค ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ในวันนี้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยในวันนี้มีการแก้ไขข้อบังคับพรรค ข้อบังคับใหม่นั้น ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ของพรรค และเปลี่ยนที่ทำการสำนักงานของพรรค รวมไปถึงการเปลี่ยนกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค สำหรับกก.บห. ได้เพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขกลไกการเลือกตั้ง ที่จะมีการเลือกตั้งเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนพรรค และกก.บห. พรรค ข้อบังคับดังกล่าวจะให้อำนาจหัวหน้าพรรค ในการเลือกรองหัวหน้าพรรคจำนวน 9 คน และผู้อำนวยการพรรค ซึ่งจะเลือกจากรายชื่อกก.บห.ที่มีอยู่ โดยหัวหน้าพรรคสามารถแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคได้โดยไม่ต้องผ่านที่ประชุม เพราะถือว่าได้ผ่านการเลือกจากที่ประชุมมาแล้ว ทั้งนี้พล.อ.ประวิตรยังมีอำนาจถอดถอนรองหัวหน้าพรรคที่แต่งตั้งไปแล้วได้

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคมีผู้เสนอชื่อเพียง 1 ชื่อ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งมีผู้รับรองครบถ้วนเป็นมติเอกฉันท์ ซึ่งตามข้อบังคับต่อให้มีการเสนอเพียงชื่อเดียวก็ต้องมีการลงคะแนนรับรอง โดยในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่ประชุมเสนอชื่อนายอนุชา นาคาศัย เพียงชื่อเดียวเช่นกัน ส่วนเหรัญญิกพรรค คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และนายบุญสิงห์ วรินทรักษ์ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค รวมทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ส่วนกก.บห.อื่น นายวิรัช รัตนเศรษฐ รักษาการ กก.บห. ได้เสนอรายชื่อ 23 คน ซึ่งเป็นรายชื่อกก.บห. ในชุดเก่า และก็ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว รวมชุดใหม่ทั้งกก.บห. 27 คน ในจำนวนนี้มีเพียงพล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในกก.บห.ชุดเก่า สำหรับพล.อ.ประวิตร ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุม ก็เพื่อให้สมาชิกของพรรคใช้ความเป็นอิสระในการออกเสียงลงคะแนน โดยมติก็เป็นเอกฉันท์ที่ให้ท่านขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพราะสมาชิกมีความประสงค์ที่จะขอร้องให้พล.อ.ประวิตร

ทั้งนี้เราได้เลื่อนวาระการเลือกกรรมการสรรหาของพรรคไปในการประชุมวิสามัญ วันนี้ก็ขอขอบคุณนายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรคที่กรุณามาเพื่อดำเนินการนำการประชุมให้เป็นที่เรียบร้อย

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าเป็นการไม่ให้กลุ่ม 4 กุมารมีบทบาทในพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อให้พรรคเกิดเอกภาพ เป็นการปรับตัวของพรรคเพื่อเดินหน้าไปสู่ความมั่นคง เข้มแข็ง ส่วนนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ นั้นได้ทำหน้ามาเป็นอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อที่จะเติบโตขึ้นไปอีก ท่านทั้งสองมีคุณูปการทำประโยชน์ให้พรรค ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง และเป็นผู้บริหารพรรคชุดแรก ถือเป็นการส่งมอบภารกิจต่อไป เพื่อพรรคจะได้เป็นสถาบันการเมือง ขยายตัวเป็นพรรคอันดับหนึ่ง

Advertisement

เมื่อถามว่า เป็นการปิดฉาก 4 กุมารใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะท่านยังสนับสนุนพรรคต่อไป แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่าน กก.บห.ชุดใหม่ ไม่มีชื่อท่านไม่ได้หมายความว่าท่านจะช่วยพรรคไม่ได้ ท่านยังคงสนับสนุนพรรคได้อยู่แล้ว สมาชิกพรรคทุกคนล้วนมีความสำคัญทุกสิ้น