แฉ!! รถปิกอัพของ ‘อส.’ ถูก ‘นาย-คุณนาย’ เบียดบังเอาไปใช้ ‘บิ๊กป๊อก’ ลั่นเจอตัวขู่ไล่ออก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

แฉ!! รถปิกอัพของ ‘อส.’ ถูก ‘นาย-คุณนาย’ เบียดบังเอาไปใช้ “บิ๊กป๊อก” ลั่นเจอตัวขู่ไล่ออก

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เมื่อวานนี้ (3 กรกฎาคม 2563) ปรากฏว่า นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกขึ้นอภิปรายว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ขอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้ความกล้าหาญในการตัดงบบางตัว

โดยตอนหนึ่งนายวิสารกล่าวถึงโครงการไฟป่าเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้แต่ไม่สำเร็จ พบว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ รวมมูลค่า 1,800 ล้านบาท ขอถามว่า ปภ.เป็นกองทัพหรือ จำเป็นต้องมีฝูงบินหรือ เรามีเครื่องบินปีกหมุน 300 กว่าลำ สามารถเอามาใช้ได้ ปี 2562-2565 จะจัดซื้ออีก 6 ลำ ขณะนี้เหลืออีก 4 ลำ ขอให้ยกเลิกเพราะไม่จำเป็น

ที่สำคัญมีข่าวว่าถูกสั่งการจากผู้มีอิทธิพลจากส่วนกลาง บริษัทที่ได้คือค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ที่สำคัญรถปิกอัพบางคัน กรมการปกครองซื้อไปให้กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ใช้ทุกที่และมีการล็อกสเปก และเป็นที่รู้กันว่าเอายี่ห้ออะไร และเขาบอกว่า อส.ไม่ได้นั่ง มีแต่นาย แต่นายนั่งยังไม่เท่าไหร่ แต่มีคุณนายไปใช้ด้วย ขอเรียกงบฉบับนี้ว่า ฉบับเพ้อฝัน ผลาญงบ จบด้วยโควิด ซึ่งนายกฯจะจบไปก่อนหรือคนไทยจะจบไปก่อน

ก่อนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกชี้แจงการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสำหรับการดับเพลิง ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไฟป่าและไฟไหม้ในเมืองหรืออาคาร รถดับเพลิงที่ฉีดน้ำได้สูงที่สุดสามารถฉีดน้ำได้ 20 ชั้น แต่อาคารในกรุงเทพฯหลายแห่งมีความสูงถึงร้อยชั้น รถดับเพลิงไม่สามารถดับเพลิงในพื้นที่ที่สูงเกิน 20 ชั้นของ กทม.

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ที่จะมีการจัดซื้อนั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ทำได้ทั้งการขนน้ำไปเทดับไฟ และยังมีเครื่องฉีดน้ำเข้าไปดับเพลิงในตึก การบรรเทาสาธารณภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายพลเรือน ไม่ใช่ไปขอยืมจากกองทัพมาใช้

“เชื่อว่า ส.ส.ของจังหวัดในภาคเหนือรู้ดีว่าการขอยืมเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพมาใช้ดับไฟทำได้แค่หิ้วน้ำมาดับไฟ การซื้อ 6 ลำ ก็เพราะต้องมีไว้สลับการใช้งานกรณีที่ต้องมีการซ่อมบำรุง บริษัทใดจะชนะการประมูลนั้นเป็นเรื่องของ ปภ.พิจารณา ถ้าอยากได้ของดีก็ย่อมมีราคาสูง เรื่องการจัดซื้อจะมีความโปร่งใสหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ส.ส. หรือท้องถิ่น ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนกฎหมาย มีคุกรออยู่

ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามีผู้ใหญ่ใหญ่โตทั้งหลายมีคดีทั้งนั้น หนีกันก็เยอะ คงไม่ต้องพูดอะไร ขอให้เป็นไปตามนั้น ถ้าบริษัทที่เขาได้ ได้ตามกฎหมาย ก็ไม่มีอะไรแปลก ส่วนรถปิกอัพถ้ามีคุณนายไปนั่ง ทำผิดกฎหมาย ก็ว่ามา นายอำเภอ ผู้ว่าฯคนไหนทำอย่างนั้น เราก็จะได้เอาออกไป แล้วคนอื่นมาเป็น จึงขอยืนยันว่างบประมาณดังกล่าวของ มท.เป็นสิ่งจำเป็น” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ดีอีเอส’​ ลุยช่วยนักศึกษาจบใหม่ 50,000 คน ติดอาวุธทักษะด้านดิจิทัล เพิ่มโอกาสหางาน
บทความถัดไปชูไทยต้นแบบ ท่องเที่ยว วิถีใหม่