สถานีคิดเลขที่ 12 อารมณ์อันรุ่มร้อน โดย ปราปต์ บุนปาน

 

หากมองเผินๆ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ก็เป็นเช่นเดียวกับสถานภาพภายนอกที่แข็งแกร่งมั่นคงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ของพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

การอภิปรายงบประมาณสองวันแรกจึงค่อนข้างเงียบเหงา แม้ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลบางส่วน จะหยิบยกประเด็นน่าสนใจบางเรื่องมาพูดถึงในสภา

แต่กลับจุดความสนใจและอารมณ์ร่วม (ดราม่า) ของสาธารณชนได้ไม่ติด

มาถึงการอภิปรายวันสุดท้าย ทุกอย่างก็ดำเนินไปแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ดุจเดียวกันกับผลการยกมือลงคะแนนที่สามารถคาดคะเนพยากรณ์ได้ล่วงหน้า

ด้านหนึ่ง ภายใต้ความสงบแน่นิ่งเช่นนั้นยังมีพลวัตที่น่าสนใจซ่อนอยู่ อาทิ เนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.ซีกรัฐบาล จากพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย จำนวนไม่น้อย ซึ่งสะท้อนภาพของปัญหาเศรษฐกิจอันหนักหน่วง และวิพากษ์การจัดการงบประมาณที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาข้างต้นได้ดีเท่าที่ควร (แม้พวกเขาจะต้องยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ตาม)

อย่างไรก็ดี ไฮไลต์สำคัญของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 มาเกิดขึ้นในห้วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายของวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม จากอาการนอตหลุดอารมณ์เสียในสภา (อีกครั้ง) ของท่านนายกรัฐมนตรี

อันสื่อแสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของความราบรื่น เรียบร้อย มั่นคง หนักแน่น บนพื้นผิวนั้น ยังมีรอยปริร้าว ยังมีความอ่อนไหว ซุกซ่อนอยู่ในระดับรากฐาน

เอาเข้าจริง การอภิปรายงบประมาณด้านคมนาคมของ “สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ”ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ติดลีลาท้าทายยียวนนิดๆ (แต่ไม่ถึงขั้นที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” เพื่อนร่วมพรรค อภิปรายงบประมาณการศึกษา ซึ่งดูเหมือน รมว.ศึกษาธิการ ก็จะไม่ได้มีอาการโมโหโกรธาใดๆ ระหว่างการตอบชี้แจง) นั้นไม่น่าจะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนใดๆ ตามมา

แต่นายกฯ กลับตอบโต้ด้วยการลากโยงไปถึงประเด็นอ่อนไหวอื่นๆ ซึ่งไม่อยู่ในเนื้อหาการอภิปราย

ก่อนที่ “ช่องว่าง-รูโหว่” ที่ผู้นำประเทศเปิดทิ้งไว้ จะถูกบดขยี้ซ้ำโดย “ศิริกัญญา ตันสกุล” ที่ทิ้งสไลด์และมาดนักวิชาการหญิง มาเป็นนักอภิปราย ซึ่งให้น้ำหนักกับโวหารและลีลาในการพูดจามากขึ้น

แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็นอตหลุดซ้ำสอง เมื่อพยายามแก้ต่างเรื่องรัฐบาลข่มขู่คุกคามผู้เห็นต่าง ด้วยคำพูดที่ฝากไปถึงบรรดา ส.ส.คนรุ่นใหม่ว่า “ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน”

ในที่สุด ผู้นำรัฐบาลจึงต้องลงไปฟาดฟันปะทะคารมกับ ส.ส.สายบู๊อย่าง “อมรัตน์โชคปมิตต์กุล” ส่วนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร “สหายแสง ศุภชัย โพธิ์สุ” ก็ต้องเสียอาการ เมื่อเผชิญหน้ากับอดีตนักกิจกรรมและ ส.ส.สมัยแรก อย่าง “รังสิมันต์ โรม”

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่วยจุดกระแสให้การอภิปรายงบประมาณ 2564 ได้รับความสนใจ ถูกพูดถึง ถูกผลิตซ้ำ และนำไปล้อเลียน ในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นของแสลงของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ และผู้ใหญ่อีกมากมายในสังคมไทย มาตลอด

ทุกอย่างอุบัติขึ้นจากอาการร้อนรน-รุ่มร้อน ซึ่งสะท้อนผ่านอารมณ์ความรู้สึกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่คลี่เผยว่ายังมีปมปัญหาหลายอย่าง ซึ่งขมวดแน่นไม่ยอมคลายตัว ยังมีคู่ขัดแย้งบางกลุ่มบางพวกที่มิได้ยุบสลายหายไปไหน

การเมืองไทยจึงยังคงเคลื่อนหน้าต่อไป ประดุจผืนธงและสายลมที่พลิ้วไหวอยู่ในใจผู้นำประเทศ ซึ่งถูกกระตุ้นเร้าด้วยพลังสนับสนุน-ต่อต้าน ที่โหมกระพือไม่เคยหยุดนิ่ง

ปราปต์ บุนปาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กมว.เล็งฟ้องมหา’ลัยเอกชน เปิดรับน.ศ.ปี57-58 เกิน 3.8 พันคน
บทความถัดไปเปิดใจ‘อนุชา นาคาศัย’ เลขาฯป้ายแดง‘พปชร.’