เดินหน้าชน  : เพื่อคนพิการ : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เพื่อคนพิการ

มีโครงการช่วยเหลือคนพิการของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยดำเนินการผ่านกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ใช้เงินจากการประมูลเลขทะเบียนสวย และแบ่งเงินมาจัดสรรให้คนพิการ 7% ของจำนวนเงินทั้งหมดของแต่ละปี หรือปีละประมาณ 130 ล้านบาท จากเงิน กปถ.ที่มีเข้ามาปีละประมาณ 1,500 ล้านบาท

เริ่มต้นโครงการช่วยคนพิการ มีการตั้งคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ด้านคนพิการ ด้านรถเข็น แขนเทียม ขาเทียมและกายอุปกรณ์ รวมทั้งแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง เข้ามาร่วมหารือ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการแจกอุปกรณ์อย่างดี มีงบประมาณสูงกว่าที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้ให้กับผู้พิการที่เกิดจากท้องถนน โดยตั้งเงื่อนไขผู้ที่รับ แต่ไม่มีเงื่อนไขของอุปกรณ์ สามารถขออะไรก็ได้ไม่เกิน 200,000 บาท

ช่วงเริ่มต้น คนพิการต้องไปขอใบเสนอราคาตามบริษัท หรือร้านขายยามาแนบกับใบสมัคร เพราะ ขบ.ไม่สามารถเป็นผู้จัดซื้อได้ เนื่องจากราคาอุปกรณ์ที่จะให้นั้นเกินงบกรมบัญชีกลาง กำหนดให้ราคารถเข็นวีลแชร์แบบปรับได้ไว้เพียง 6,000 บาท แต่ราคารถที่ ขบ.แจกมีราคาตั้งแต่ 35,000 บาทขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังไม่มีระเบียบในการแจกเตียงนอนให้คนพิการในระเบียบของกรมบัญชีกลาง จึงต้องหาทางออกโดยจัดสรรเป็นเงินให้คนพิการและคนพิการนำเงินนั้นไปซื้อสินค้าเอง ใช้วิธีสั่งจ่ายเช็คให้ในนามชื่อคนพิการที่ได้รับการจัดสรร

ปรากฏว่า มีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้กับ ขบ.ประมาณ 10 กว่าบริษัท โดยคนพิการจะเป็นคนเลือกเองว่าจะซื้อกับบริษัทไหน สเปกอย่างไร เพราะคนพิการมีความพิการแตกต่างกัน จึงต้องการอุปกรณ์ ทั้งวีลแชร์ เตียง แขนเทียม ขาเทียม ไม่เหมือนกัน และทุกคนต่างต้องการของดีมีคุณภาพ เพราะต้องอยู่กับอุปกรณ์เหล่านี้ตลอดเวลา หรืออาจจะทั้งชีวิต

แต่ล่าสุดเกิดปัญหาขึ้น สงสัยว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างบริษัทที่เข้ารับงานกับข้าราชการบางคน และอาจจะเชื่อมโยงถึงบิ๊กข้าราชการด้วยหรือไม่

พฤติกรรมที่สงสัยว่าจะเกิดการทุจริตเงิน กปถ.โดยใช้คนพิการเป็นเครื่องมือก็คือ มีความพยายามจะตีกรอบให้คนพิการไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ดังกล่าวจากบริษัทที่เพิ่งตั้งขึ้นมา และไม่มีประสบการณ์ขายสินค้าให้คนพิการ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะบริษัทที่มีประสบการณ์จะเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของคนพิการและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตรงจุด

ที่สำคัญมีการตั้งราคาขายอุปกรณ์ต่างๆ สูงเกินจริงหลายเท่าตัว เช่น วีลแชร์ราคาหลักพันแต่ขายราคาหลักหมื่น หรือขาเทียมราคาหมื่นกว่าบาท แต่ไปขายราคา 7 หมื่นกว่าบาท เรื่องนี้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการคมนาคม ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ อดีต รมว.คมนาคม เป็นประธานแล้ว เพื่อขอให้สอบสวนเรื่องนี้

โดยขอให้ตรวจคุณสมบัติและคุณลักษณะตามคู่มือที่ กปถ.จัดทำ และไปตรวจสถานที่ผลิตสินค้าทุกบริษัทที่ขึ้นทะเบียนขายสินค้ากับทาง ขบ. ไม่ใช่ตั้งบริษัทขึ้นมาบังหน้า

ขอให้ตรวจสอบขาเทียมที่มีราคาแพงกว่าท้องตลาด และเปรียบเทียบกับโครงการเหมือนกันของหน่วยงานอื่นๆ

ขอให้ตรวจคู่มือที่จะแจกจัดสรรในปีนี้ราคากับสเปกเหมาะสมไหม เนื่องจากรถวีลแชร์และอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการตอนนี้ทุกอย่างล้ำหน้าไปหมดแล้ว แถมราคาถูกลง ของเดิมบางรุ่นบางโมเดลก็ตกรุ่น บริษัทในต่างประเทศก็ไม่ผลิตแล้ว

ความจริงโครงการนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนใดๆ ถ้าดำเนินการอย่างโปร่งใส ยึดประโยชน์ของคนพิการเป็นหลัก สามารถดูแบบอย่างจากระบบการแจกรถวีลแชร์ของสภาสังคมสงเคราะห์ ไม่เห็นเกิดปัญหา และคนพิการต่างก็พอใจ

และประเด็นสำคัญของการร้องคือ ขอให้ กมธ.สอบข้อเท็จจริงในการใช้เงิน กปถ.ของคณะอนุกรรมการจัดสรรอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการอันเนื่องมาจากผู้ใช้รถใช้ถนน ใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ กปถ.หรือไม่

เพราะสงสัยว่ามีการพาคณะไปเที่ยวต่างประเทศทุกปีโดยอ้างว่าไปดูงาน ล่าสุดปีที่ผ่านมา 2562 เดินทางไปออสเตรเลีย ในปีดังกล่าวก็มิได้มีการแจกอุปกรณ์คนพิการแต่อย่างใด และสินค้าที่มีจำหน่ายในโครงการไม่มีของออสเตรเลีย

นอกจากนี้หลายปีก่อนหน้าก็เดินทางไปดูงานที่ฮังการี, อิตาลี, เกาหลี, ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ น่าจะให้ ป.ป.ช.กับ สตง.ตรวจสอบการใช้เงินกองทุนฯผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

เรื่องแบบนี้ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแล ขบ. จะสนใจเข้ามากำจัดปัดกวาดบรรดากลุ่มบุคคล ที่มีทั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับกลางยันระดับสูง หรือแม้แต่อดีตบิ๊ก ขบ. ที่แว่วว่ารวมหัวกันเข้ามาทำมาหากินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันบ้างหรือไม่

อย่างน้อยเพื่อช่วยให้คนพิการได้ใช้อุปกรณ์ที่ดีมีมาตรฐาน ในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่เอาของห่วยๆ มาขายให้ในราคาแพงเกินจริงแบบที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครม.รับทราบร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ
บทความถัดไป“น้ำดื่มสิงห์” เปิดตัวน้ำดื่มมิคกี้ เมาส์ ชวนสะสม 60 ลายพร้อมส่งต่อข้อความแห่งความสุข มั่นใจยอดขายโต 10% แชร์ 25%