‘สุรพงษ์’ จ่อร้องทุกข์กองปราบ ดำเนินคดี กกต. มีมติไม่ถูกต้องปมเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57

27.07.16 | 11:39 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กกต. มีหนังสือลงวันที่ 9 ตุลาคม 2558 แจ้งให้ตนทราบว่า กกต. มีมติให้ดำเนินคดีตนฐานโฆษณาหาเสียงเกินเวลา ในคราวการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เรื่องนี้ ตนตกใจมาก และเมื่ออ่านหนังสือกกต. โดยละเอียดแล้ว จึงทราบว่า กกต. อาศัยข้อมูลจากเทปข่าว NBT เมื่อเย็นวันที่ 1 กูมภาพันธ์ 2557 มาเป็นเหตุสำคัญในการมีมติ

โดยสรุปว่า ตนได้ออกรายการสดของ NBT หลังจากเวลา 18.00 น. ไปแล้ว โดย กกต. เห็นว่า การออกรายการสดของตนที่ NBT เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 หลังเวลา 18.00 น. นั้น เป็นการหาเสียงเกินเวลาและมีความผิดตามกฎหมาย จึงลงมติให้ดำเนินคดีและแจ้งให้ตนทราบเป็นหนังสือราชการดังกล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อตนตั้งสติได้ จึงพยายามศึกษาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แล้วพบว่า การมีมติของ กกต. ครั้งนี้ ไม่ถูกต้อง เพราะตนมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ในเวลาดังกล่าว กำลังอยู่บนเครื่องบินจากกรุงเทพจะไปเชียงใหม่

ดังนั้น การที่ กกต. มีมติจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะคน ๆ เดียวจะอยู่ในที่ต่างกันสองแห่งในเวลาเดียวกันไม่ได้ จึงได้หาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความบริสุทธิของตนเอง และในที่สุดก็ได้มาอย่างเพียงพอ เมื่อได้เอกสารหลักฐานที่ชัดเจนแล้ว ก็ได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่า เมื่อ กกต. มีมติ และออกหนังสือราชการแจ้งมายังตนแล้ว ตนย่อมเดือดร้อนและได้รับความเสียหาย อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ที่ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อมูลให้ถี่ถ้วนรอบด้าน แต่กลับจงใจใช้อำนาจหน้าที่มาลงมติให้ตนเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ทำให้ข้าพเจ้าเสียหายและตกใจเพราะจะถูกดำเนินคดีอีกด้วย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ ตนจึงต้องนำหลักฐานมาแจ้งความต่อกองปราบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ กกต. ทั้ง 5 คน บนฐานความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ต้องเสียชื่อเสียงและอาจถูกพิพากษาลงโทษทางอาญาตามมาได้ ทั้งนี้ ตนและทนายความส่วนตัว พร้อมกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคพท. จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองปราบเพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีกับ กกต. ทั้ง 5 คนตามฐานความผิดทีกล่าวข้างต้น ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.30 น. จึงแจ้งสื่อมาเพื่อทราบ

Advertisement