‘เลขา ครป.’ ชง ‘อภิสิทธิ์-พิชัย นริพทะพันธุ์’ กู้ชาติ พ้น ‘วิกฤตเศรษฐกิจ’

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์ เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึง ทีมเศรษฐกิจที่จะมาบริหารประเทศในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปลายปีนี้ ว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควรเป็นคนที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยตอนนี้ คือ “การผูกขาดทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุน” ส่วนเรื่องทางการเมือง เป็นเรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรม” กล่าวคือ ในเรื่องเศรษฐกิจ จะต้องมีคณะรัฐมนตรีที่กู้วิกฤตเศรษฐกิจได้ โดยพุ่งเป้าแก้ที่ทุนผูกขาด และต้องไม่ใช่คนที่เป็นตัวแทนของกลุ่มทุน แต่ต้องเป็นนักการเงิน นักการธนาคารที่เป็นอิสระ และมีเป้าหมายชัดเจนที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว

“เนื่องจากที่ผ่านมา เราได้รัฐมนตรีที่เป็นนักเสรีนิยมใหม่ ที่กระทำการทางเศรษฐกิจโดยเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนต่างๆ ด้วยนโยบาย รวมถึง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ด้วย ที่ไปให้สิทธิประโยชน์กับกลุ่มทุนที่มีรายได้มากขึ้นอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำกว้างขึ้นไปอีก อีกทั้ง ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ กับ เงินฝากห่างกันอย่างมาก และห่างกว่าหลายประเทศ สะท้อนว่า ไม่ใช่นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้น สเปกทีมเศรษฐกิจจึงควรเป็นตัวแทนของนักเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐกิจสังคม หรือนักเศรษฐศาสตร์การเมืองที่มองเห็นปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มทุนผูกขาด หรือตัวแทนของนายธนาคาร

“สำหรับหัวหน้าทีมในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนตัวยังมองไม่เห็น เพราะก่อนหน้านี้มีคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งก็เป็นแนวทางที่ผิดพลาดมาโดยตลอด เห็นได้ชัดจากการเบาะแว้งกันภายใน ดังนั้น กระทรวงการคลังอาจจะต้องแสวงหาคนนอกพรรคพลังประชารัฐ จะดีกว่า เพื่อความเป็นอิสระ” นายเมธากล่าว และว่า

ในส่วนของลูกทีม หรือ คณะทำงาน ควรประกอบไปด้วยผู้ที่เกี่ยวกับข้องทางเศรษฐกิจจากหลากหลายฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะตัวแทนนายธนาคาร หรือตัวแทนทุนผูกขาด ซึ่งเมื่อก่อนก็มีเข้ามาประกบอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องการเห็นคณะทำงานที่หลากหลายมากขึ้น อาจจะมีทั้ง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ การเมือง เรามีอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมากมายที่ชาญฉลาดในเรื่องเหล่านี้ เช่น คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิลัย ก็ควรจะเชิญมาเป็นที่ปรึกษา หรือคณะทำงานเพื่อแก้วิกฤต

อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พิชัย นริพทะพันธุ์, เกียรติ สิทธิอมร, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, ปรีดา เตียสุวรรณ์, ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์, วิวัฒน์ชัย อัตถากร, อนุสรณ์ ธรรมใจ, ประสาท มีแต้ม รวมถึงนักวิชาการด้านเศรษฐกิจสีเขียว และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสังคมและรัฐสวัสดิการ เข้าร่วมทำงานด้วย

“ในครึ่งปีหลังนี้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ปัญหาที่ผ่านมา คือ รัฐบาลใช้งบประมาณแบบสุรุ่ยสุร่าย และกู้เงินจำนวนมากเพื่อมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ซึ่งยังมีอีหลากหลายวิธีการที่จะสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจได้จากฐานล่าง เช่น ระบบสหกรณ์ ระบบการเยียวยา หรือ การปฏิรูประบบที่ดิน เพื่อให้ชาวนาได้มีหลังพิงในระบบเกษตรกรรมของเมืองไทย

“สำหรับแนวทาง ส่วนตัวเห็นว่า 1.ควรลดช่องว่างความเลื่อมล้ำ ด้วยการเก็บภาษีทรัพย์สินตามอัตราก้าวหน้า 2.ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ เพื่อให้ที่ดินไม่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่า บางคนมีที่ดินนับแสนไร่ ในขณะที่ชาวนาบางคนไม่มีที่ดิน เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ กลับบ้านไปก็ไม่มีหลังให้พึ่งพิงเพื่อฟื้นฟูได้ ส่วนของเงินกู้สามารถทำได้ในเชิงบวก ด้วยการอนุมัติโครงการ เช่น โครงการ 4 แสนล้านกับภาคธุรกิจและสังคม แต่ไม่ควรใช้ไปกับโครงการในลักษณะสร้างถนน รัฐบาลอาจทำเป็นโครงการสร้างงาน หรือ ฝึกอาชีพ เป็นต้น” นายเมธาระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกจ.เร่งช่วยเหลือ “แรงงานต่างด้าว” ยอด 27,016 ราย เชียงใหม่มากที่สุด 5,256 ราย
บทความถัดไป‘ธนาธร’ ชี้จัดงบฯ64 แบบนี้ ประเทศเดินข้างหน้าไม่ได้ ย้ำถูกตัดสิทธิแค่ห้ามลงเลือกตั้ง