‘บิ๊กแดง’ โต้ไร้สาระ ยันไม่มีแนวคิดต่ออายุราชการ เผยหลังเกษียณจ่อเซตซีโร่ตัวเอง

8.07.20 | 16:33 น.
“บิ๊กแดง” ยันไม่มีแนวความคิดต่ออายุราชการหลังเกษียณ ชี้เป็นเรื่องไร้สาระและไม่สร้างสรรค์ ระบุหลังเกษียณอายุราชการจะ Set Zero ตัวเอง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่หมวดบิน C หน่วยบินเดโชชัย 3 ภายในพื้นที่กองบิน 6 (บน.6 ดอนเมือง) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวต่ออายุราชการ โดยได้หัวเราะในลำคอ ก่อนจะตอบว่า จากใจตน และตนถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าอย่างแรกเราเป็นทหารอาชีพ และ 2.แนวทางการรับราชการถูกกำหนดไว้ชัดเจน ว่าจะต้องเกษียณอายุราชการ บางคนพยายามไปขุดคุ้ยว่ามีอยู่ 2 คน ประสบความสำเร็จในการต่ออายุราชการ ซึ่งไม่ใช่ ดังนั้นอย่าไปสร้างกระแส ในส่วนของตนปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงกลาโหมและระเบียบในการเกษียณอายุราชการ รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคน ที่จะเกษียณอายุราชการ

“เราก็มีการคุยกันในการประชุม ผบ.เหล่าทัพ เราก็หารือกันว่าข่าวพวกนี้ ไม่ใช่ข่าวเชิงสร้างสรรค์ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ผมมองแล้วไม่มีสาระและไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้นเลย และวันที่ 30 กันยายน 2563 ผมก็ส่งธงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และถือว่าหมดภาระหน้าที่ก็จบภารกิจในการเป็น ผบ.ทบ.” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องต่ออายุราชการใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ ได้ย้อนถามว่า มีความจำเป็นอะไร ที่ต้องต่ออายุราชการ เพราะบ้านเมืองก็สงบเรียบร้อย มีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นเอง อยากให้เอาความจริงมาสู้กัน อย่าพูดเพียงท่อนเดียวแล้วเอาไปขยายความ ซึ่งตนก็เคยพูดไปแล้วเรื่องสื่อโซเชียลออนไลน์

เมื่อถามว่า ตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจอะไรหรือไม่ ในช่วงใกล้เกษียณอายุราชการ พลเอกอภิรัชต์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะในช่วงรับราชการได้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คิดว่าดีที่สุดกับกองทัพ และประเทศชาติ และที่สำคัญการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่จะต้องมารับหน้าที่ต่อ ที่จะต้องทำหน้าที่นี้สืบสานต่อไปไม่ว่าจะเป็นเหล่าทัพใด

ในส่วนของกองทัพบกมีแนวทางและวิธีการปฏิบัติ รวมถึงหลักนิยมในการสื่อสารและการดำเนินการหลายอย่าง โดยในเดือนสิงหาคมตนจะแถลงผลงานในหลายเรื่อง ซึ่งบางคนยังเอามาโจมตีว่า สายตรง ผบ.ทบ. เป็นอย่างไรตนจะสรุปให้ฟังว่า กองทัพบกได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งรายงาน เราเป็นองค์กรที่มีระเบียบวินัย เมื่อพูดคำพูดคือนาย เมื่อพูดไปแล้ว ก็ต้องทำ กำลังพลเมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องปฏิบัติ ใครผิด ต้องลงโทษใครไม่ดี ก็ลงโทษ ย้าย ปลด

Advertisement

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาทุกอย่างของกองทัพบกมีความคืบหน้าไปมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามทำในโซเชียลและผู้ที่ยังไม่เข้าใจพยายามสร้างความขัดแย้งหรือความแตกแยกพยายามนำมาเป็นประเด็น

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหาร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขณะนี้บัญชีโยกย้ายนายทหารอยู่ที่ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แต่หารือกันในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ในวันนี้ (8 ก.ค.) ยังไม่ได้กำหนดวัน-เวลา ที่จะส่งรายชื่อ แต่เชื่อว่าทุกเหล่าทัพจะมองบุคคลที่มีความเหมาะสมมาทำงานต่อในทุกตำแหน่ง ไม่ใช่เพียงตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพอย่างเดียว เรามีแนวทางอยู่แล้วที่ชัดเจน

เมื่อถามว่า แต่ละเหล่าทัพได้หารือร่วมกันหรือไม่ ว่าแต่ละเหล่าทัพ จะให้ใครขึ้นมา พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ในแต่ละเหล่าทัพ ต้องพิจารณาและเสนอ ซึ่งยังผ่านคณะกรรมการกองทัพไทย ก่อนจัด ต้องไปที่กลาโหมสำนักปลัดยังเหลืออีกหลายขั้นตอน

เมื่อถามว่า มีการจับตามองท่านหลังเกษียณจะไปทำอะไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขอให้จ้องต่อไป ว่าจะไปทำอะไร

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.คนใหม่ จะดูแลสถานการณ์ต่อจากนี้ได้หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ตนจะไปรู้แทนคนที่จะมาเป็น ผบ.ทบ.หรือไม่ ขอให้ไปรอถามในวันที่ 1 ต.ค. ก็แล้วกัน ส่วนสถานการณ์ในอนาคตจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่นั้น ตนยังมองไม่เห็นว่าจะเกิดความวุ่นวายอย่างไร หรือมีอะไร นายกรัฐมนตรีก็บริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรม และที่สำคัญมีความเด็ดขาดในการบริหาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งพวกเราควรชื่นชม ในขณะทั่วทั้งโลกชื่นชมทีมแพทย์ ความมีวินัยของคนไทยในชาติ ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ดังนั้นหากถามตนว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรตนไม่ทราบ เพราะไม่รู้คือสถานการณ์ทุกอย่างเป็นลักษณะวันต่อวันและเดือนต่อเดือน ไม่สามารถที่จะไปคาดการณ์ได้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือคนที่จะมาเป็น ผบ.ทบ. จะทำอะไรอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่โดยส่วนตัวตนเมื่อจบภารกิจบทบาทตนก็เซตซีโร่ตัวเอง

เมื่อถามว่า หากนายกฯ ขอให้มาช่วยงาน พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า นายกฯคงไม่ทำอย่างนั้น และตนคงไม่เข้ามามีบทบาทอะไร และอย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีปัจจุบันบริหารราชการบ้านเมืองและมาจากการเลือกตั้ง ที่มาโดยรัฐธรรมนูญ การจะเลือกสรรบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาทำงาน คงไม่ใช่ตน