หน้าแรก การเมือง เพื่อไทยโต้ จ...

เพื่อไทยโต้ จม.ถูกบุกจับที่เชียงใหม่ ไม่ใช่จม.บิดเบือน

27.07.16 | 13:09 น.

“เพื่อไทย” ยัน จม.ที่บุกจับที่เชียงใหม่ ไม่ใช่ จม.บิดเบือน ชี้จนวันนี้ยังไม่มีใครสรุปสำนวนปมผิด กม.ประชามติ แต่กลับมีการใช้อำนาจพิเศษดำเนินการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ฐานะคณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มรู้สึกห่วงใยและกังวลต่อการออกเสียงประชามติ 7 สิงหาคมนี้ หลังจากเกิดกระแสเรื่องจดหมายปลอมระบาดในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงกรณีที่ น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ น้องสาว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ที่ถูกควบคุมตัวไปยังค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่าห่วงว่าการออกเสียงประชามติ มีแนวโน้มจะทำให้เกิดความสับสนแก่ประชาชน ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ที่ตนบอกว่าประชาชนจะสับสน เพราะฝ่ายที่เห็นต่างไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพที่มีอยู่ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ ได้ ขณะที่พื้นที่การแสดงความคิดเห็นของประชาชนถูกปิดกั้น ไม่สามารถหารือต่างๆ เพราะกลัวจะเข้าข่ายผิดประกาศ คสช. ที่ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน หรือหากจะวิพากษ์วิจารณ์ ก็กลัวจะถูกจับผิดว่าเข้าข่ายขัด มาตรา 61 วรรค 2 พ.ร.บ.ประชามติฯ หลายคนจึงพยายามสื่อข้อความถึงประชาชน โดยใช้วิธีการต่างๆ รวมถึงการส่งจดหมาย และสุดก็ถูกจับกุม ทั้งนี้ ที่มีการพูดกันว่ามีจดหมายปลอม แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังระบุเนื้อหาไม่ได้ว่ามีการปลอมอย่างไร หากเนื้อหาในจดหมายมีลักษณะตามที่เผยแพร่กันนั้น ยืนยันว่าไม่เข้าข่ายความผิดมาตรา 61 วรรค 2 เพราะเนื้อหาเป็นเพียงการแสดงความห่วงใยเท่านั้น เช่น สิทธิการศึกษา สิทธิผู้สูงอายุ-สาธารณสุข ที่จะลดลงจากรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50

“ขณะนี้ประชาชนยังไม่เคยเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์เลย เห็นแต่จุลสารที่ กกต.ส่งมาให้ ซึ่งผมอ่านเนื้อหาแล้ว ชัดเจนว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนร่างชัดเจน เช่น ในหน้า 4 ข้อ 2 เรื่องสิทธิการเรียนฟรีของนักเรียน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญให้สิทธิ 12 ปี ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมต้น ส่วนการเรียนฟรีที่มัธยมปลายเคยได้ กลับไม่ได้แล้ว แต่จุลสารของ กกต.ระบุว่าเรียนฟรีถึง 14 ปี ชัดเจนว่าสาระในร่างกับข้อมูลไม่ตรงกัน” นายสามารถกล่าว และว่า ยืนยันว่าในพื้นที่ภาคเหนือไม่มีการทำจดหมายปลอม ไม่มีการสร้างความปั่นป่วน มีแต่การใช้ความร่วมมือในการให้ประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอย่างเสรี เพียงแต่สิ่งที่ยังเป็นข้อสงสัย ก็ขอโอกาสให้วิพากษ์วิจารณ์ ซักถาม เพื่อให้ประชาชนรับทราบความชัดเจน เพื่อให้กติกาของประเทศในอนาคตเกิดความชอบธรรม

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จดหมายที่เผยแพร่ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถเผยแพร่แสดงความเห็นได้ และจากการตรวจสอบพบว่าการแสดงความเห็นเรื่องสิทธิผู้สูงอายุ การศึกษา มีความตรงไปตรงมา ส่วนสิทธิรักษาพยาบาลคนที่ไม่ใช่ผู้ยากไร้ อาจต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเพียงการแสดงความเห็นเท่านั้น อีกทั้งข้อความในจดหมายไม่ได้ชี้นำในประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าถ้าเรื่องถึงศาลจะไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

“หากแสดงความเห็นต่างจากตัวร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ผมมองว่าไม่ยุติธรรม การกำหนดให้ตัวร่างรัฐธรรมนูญเป็นข้อเเท็จจริงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย จึงขอให้รัฐเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความเห็นด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว

Advertisement

ขณะที่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงการออกคำสั่งมาตรา 44 ระงับการปฏิบัติหน้าที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ว่า ทำไมไม่ใช้ พ.ร.บ.ประชามติฯ ดำเนินคดีกับนายบุญเลิศ หรือองค์ประกอบความผิดไม่ครบจึงใช้อำนาจพิเศษลงโทษ ซึ่งน่าเป็นห่วงภาพลักษณ์ของประเทศในช่วงใกล้ทำประชามติ

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ถูกลงโทษอย่างไร นายสามารถกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือการบุกสำนักงานของ น.ส.ทัศนีย์ การบุกรวบตัวเจ้าหน้าที่ที่เทศบาล ต.ช้างเผือก ซึ่ง น.ส.ทัศนีย์ ก็ได้เดินทางไปพบผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีการควบคุมตัวหรือตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือมีการจับผู้ที่เตรียมส่งจดหมายที่ จ.ลำพูน โดยมีการจับต่อเนื่องมาจนถึงเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการสรุปสำนวนอะไร เท่าที่ตนทราบจากข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่กล้าที่จะสรุปสำนวนว่าผิดกฎหมายประชามติหรือไม่ จึงส่งเรื่องให้ กกต.จังหวัด ด้าน กกต.จังหวัดเองก็ไม่กล้าฟันธงว่าผิดหรือไม่ ทราบว่าตอนนี้ได้ส่งเรื่องมาให้ กกต.กลางพิจารณา ดังนั้นวันนี้กระบวนการทำสำนวนจึงยังไม่มี แต่ที่เดือดร้อนคือการใช้อำนาจพิเศษเข้าควบคุมตัวและเมื่อคืนก็เกิดเหตุการณ์ที่ น.ส.ธารทิพย์ น้องสาวของ น.ส.ทัศนีย์ถูกทหารล้อมและเข้าคุมตัว จึงเห็นได้ชัดว่ามีการใช้อำนาจอื่นมากกว่าอำนาจปกติในการดำเนินคดีตามกฎหมายประชามติ ซึ่งไม่น่าจะเป็นธรรมกับผู้ถูกปฏิบัติ และเราก็สงสัยว่าเพราะคนที่โดนมีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ จึงเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

เมื่อถามต่อว่า แม้เนื้อหาในเอกสารยังไม่ชัดว่าผิด แต่อดีต ส.ส.ของพรรค พท. มีส่วนในการจัดทำจริงใช่หรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า ตอนที่ น.ส.ทัศนีย์ เดินทางไปพบผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 ก็ได้บอกว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของท่าน เหตุเพราะต้องการสื่อถึงพี่น้องประชาชน และคิดว่าเป็นสิทธิ เสรีภาพในการสื่อสาร ไม่คิดว่าผิด ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายก อบจ.ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ สาระในจดหมายดังกล่าว กกต.ก็ยังไม่กล้าวินิจฉัยเลยว่าผิดหรือไม่ ดังนั้นอย่าเพิ่งด่วนพิพากษาใคร