วันนี้ (27 กรกฎาคม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นทางการเมืองกรณีการพบจดหมายที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการพยายามบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า
ตามที่เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมเกี่ยวกับขบวนการรัฐธรรมนูญปลอมบ้างหรือบิดเบือนบ้าง ป่วนประชามติบ้างนั้น จนถึงบัดนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยหรือแสดงได้เลยว่ารัฐธรรมนูญปลอมอยู่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนจดหมายบิดเบือนก็ไม่มีการเปิดเผยว่าบิดเบือนอย่างไร ผิดกฎหมายจริงหรือไม่
มีการเผยแพร่ภาพหลักฐานที่ตรวจค้นได้โดยเอาจากที่โน่นที่นี่มารวมๆ กัน ที่เห็นเป็นข้อความก็มีเพียงข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าบอกว่าเผด็จการจงเจริญน่าจะเป็นปัญหามากกว่า นอกนั้นก็มีแต่ภาพซองจดหมาย ที่ไม่มีใครรู้ว่าในซองมีเอกสารอะไร
ที่ยกกำลังทั้งทหารตำรวจหลายร้อยคนไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัยที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพบแต่ซองเปล่าใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ได้ใช้เลยจำนวนหนึ่ง ไม่พบเอกสารหรือจดหมายใดๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญหรือการลงประชามติ แต่ออกข่าวเสียใหญ่โต
หลายวันมานี้มีความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่จะเอาตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการส่งจดหมายไปกักตัวบ้าง คุมตัวบ้างเพื่อเค้นให้บอกว่าใครเป็นคนส่งจดหมายและใครเป็นผู้จ้างวานให้ส่ง ดูเหมือนจะมีความคืบหน้าถึงขั้นที่ทางตำรวจจะออกหมายจับผู้ต้องหาหลายคนในเร็วๆ นี้ ล่าสุด หัวหน้าคสช.ก็เพิ่งออกคำสั่งพักงานและสอบสวนนายกอบจ. ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาชี้แจงอะไรเลย
แต่การส่งจดหมายถึงกันนั้นไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว การส่งจดหมายแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไปยังผู้อื่นก็เป็นการใช้สิทธิเผยแพร่ความคิดเห็นตามพ.ร.บ.ประชามติมาตรา 7 ไม่ผิดกฎหมายอะไร
ปัญหาทั้งหมด จึงสำคัญอยู่ที่จุดเดียวคือเนื้อหาในจดหมายนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ก็คือผิดพ.ร.บ.ประชามติมาตรา 61 วรรคสองหรือไม่
จนถึงวันนี้ผู้ที่ต้องสงสัยเช่นเจ้าของบ้านที่ถูกค้นหรือผู้ถูกกล่าวหาลอยๆ เช่นนักการเมืองภาคเหนือ จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับจดหมายว่าเป็นของใคร ผิดกฎหมายอย่างไรหรือไม่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เห็นจดหมายที่เจ้าหน้าที่ใช้เป็นหลักฐาน
เพราะฉะนั้นความจริงอาจเป็นว่าจดหมายนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรเลย แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการครั้งใหญ่ราวกับจะกวาดล้างอาวุธสงครามของขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติที่ไหนสักอย่าง ทั้งๆที่จริงๆ เป็นเรื่องของจดหมายกับซองเปล่าที่ไม่ผิดกฎหมายอะไรเลย
ผมยังไม่มีทางที่จะขอดูเนื้อหาในจดหมาย แต่รวบรวมข้อมูลจากสื่อก็พบปรากฏในหนังสือพิมพ์ฉบับบหนึ่ง จึงเอามาให้ดูกันเพื่อจะวิเคราะห์ให้ดูว่าถ้านี่คือจดหมายที่เป็นเรื่องใหญ่โตจริง เรื่องทั้งหมดก็เป็นเรื่องของการสร้างภาพสร้างข่าวเพื่อกล่าวปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นแตกต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ ใส่ร้ายผู้เห็นต่างให้กลายเป็นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญปลอมหรือป่วนประชามติสร้างความวุ่นวาย ซึ่งอาจใช้เป็นข้ออ้างล้มการลงประชามติเสียก็ยังได้ ทั้งๆ ที่จดหมายนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
ในจดหมายนี้ ได้หยิบยกเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมาอ้างถึง 3-4 เรื่องด้วยกันคือ 1.เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค 2.เรียนฟรี 12 ปี 3. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ4. ส.ว.250 คนร่วมเลือกนายกฯ
เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเป็นมาตราๆ ที่ยกมาอ้างถึงตรงกับร่างฯทุกอย่าง ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
นอกนั้นก็เป็นความเห็น เช่นเห็นว่าจะมีผลต่อเรื่อง 4 เรื่องดังกล่าวข้างต้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่มีหลายฝ่ายแสดงความเห็นห่วงใยแล้วทั้งสิ้น เช่นเรื่องทางสาธารณสุขนั้น แม้แต่นักวิชาการ หมอและบุคลากรทางด้านสาธารณสุขก็ห่วงว่าร่างฯแบบนี้จะกระทบระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เรื่องเรียนฟรี 12 ปี ในร่างก็ชัดเจนว่าจะฟรีจาก ม. 3 ลงมา คนจำนวนมากก็ห่วงว่า ม.4-ม.6 จะไม่ฟรี เรื่องเบี้ยยังชีพซึ่งเคยให้แก่ผู้สูงอายุทุกคน แต่เมื่อร่างฯพูดถึงการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ยากไร้และไม่มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ก็เป็นประเด็นว่าผู้สูงอายุอาจไม่ได้เบี้ยยังชีพทุกคนเหมือนที่ผ่านมา ส่วนเรื่องสว.250 คนร่วมเลือกนายกฯได้ 2 คนหรือ 2 สมัยก็เป็นตามร่างฯและคำถามพ่วงเพราะสว.มีอายุ 5 ปี
ความเห็นเหล่านี้ก็คือความเห็น ไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริง ความเห็นย่อมมีต่างๆ กันไป ไม่อาจบอกว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างที่เอาไปประโคมข่าวกัน
การสร้างภาพว่ามีขบวนการรัฐธรรมนูญปลอม บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือป่วนประชามติ ที่คสช.ทำกระหยิ่มยิ้มย่องว่าจะสามารถจัดการกับฝ่ายที่เห็นต่างให้อยู่หมัดได้แน่ๆ เป็นผลงานชิ้นโบแดงนั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของการปิดกั้นการเผยแพร่ความคิดเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายประชามติทุกอย่าง มุ่งที่จะลดความน่าเชื่อถือและฉวยโอกาสทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเสียมากกว่า
ไม่มีรัฐธรรมนูญปลอม ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและไม่ใช่การป่วนประชามติอย่างที่โพนทนากันอยู่ พยานหลักฐานสำคัญที่ได้ก็มีเพียงจดหมายที่มีเนื้อหาที่ไม่ผิดกฎหมายกับซองเปล่าๆ ใหม่ๆ ที่ใครก็มีได้ทุกคน
มุขนี้แป้กแน่นอนครับ

