“วิษณุ” อยากฟัง “หมอเปรม” แก้ตัว จับนักข่าวแก้ผ้าปิดห้องขัง งัด หลักกฎหมายแจง เข้าข่ายผิดถ้าทำจริง ชี้จนท.ถ้าร่วมกระทำก็ผิดด้วย
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ให้เจ้าหน้าที่เทศบาลจับนักข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งแก้ผ้า พร้อมล็อกห้องขังผู้สื่อข่าวไว้ในห้อง จากกรณีที่นำเสนอข่าวรูปคู่กับผู้หญิงพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง เข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่ ว่า ไม่ขอวิจารณ์ เพราะยังไม่รู้ความเป็นจริงเป็นอย่างไร ขอรอดูว่านพ.เปรมศักดิ์จะออกมาอธิบายอย่างไร เพราะวันนี้ได้ฟังประโยคเดียวที่ท่านพูดชี้แจงว่าภาพที่เห็นในข่าวความจริงคือโอกาสใดและเป็นงานอะไร และไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นอย่างที่คิดแต่เป็นอย่างอื่น และเห็นข่าวว่าจะเชิญผู้สื่อข่าวมาปรับความเข้าใจ เรื่องปิดประตูนั้นหากมองตามที่เป็นข่าวเห็นว่านพ.เปรมศักดิ์ เป็นบุคคลสาธารณะ มีตำแหน่งทางการเมืองก็ควรอธิบายถูกผิดเท็จจริงเป็นอย่างไร ผิดก็ต้องรับผิด ถ้าไม่ผิดก็ต้องอธิบาย แต่ตนยังนึกไม่ออกเพราะพยานฝ่ายผู้สื่อข่าวมีเยอะแยะอย่างนั้นจะอธิบายอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก้าวล่วงสิทธิบุคคลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ถูกแล้ว ส่วนที่ผิดก็คือผิด ข้อแก้ตัวอะไรก็ตามนั้นเข้าข่ายว่าผิดแล้ว แต่อยากฟังว่าจะอธิบายอย่างไรและเกิดอะไรขึ้น สำหรับเจ้าหน้าที่เทศบาลนั้นถ้าจะผิดคือผิดที่การกระทำ ฉะนั้นใครที่ร่วมด้วยก็ต้องมีความผิด แต่สุดท้ายจะผิดหรือไม่นั้นไม่ทราบเป็นการว่าไปตามข่าวที่ออกมา
เมื่อถามกรณีเจ้าหน้าที่เทศบาลที่ร่วมกระทำด้วยจะมีความผิดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้ามีความผิด จะผิดที่การกระทำ เพราะฉะนั้นใครที่ร่วมกับการกระทำก็ต้องมีความผิด แต่สุดท้ายจะผิดหรือไม่ตนไม่ทราบเพราะดูไปตามข่าวที่ออกมาเท่านั้น ทั้งนี้คิดว่าสังคมต้องการคำอธิบายที่มากกว่าที่นพ.เปรมศักดิ์ระบุ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องอธิบายก็ว่ากันไป
เมื่อถามว่าข้าราชการท้องถิ่นหากยังไม่จดทะเบียนหย่าแล้วมีไปจดทะเบียนซ้อนต้องออกจากราชการหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตามหลักการแล้วถ้าไปจดทะเบียนซ้อนเป็นความผิดที่แจ้งความเท็จ ถ้าไม่มีคู่สมรสแล้วไม่เป็นการจดทะเบียนสมรสความผิดจะเกิดต่อเมื่อภรรยาที่ถูกกฎหมายร้องเรียน ตัวอย่างที่มีเรื่องสอบวินัยกันมากเพราะภรรยาเป็นฝ่ายไปร้องเรียน ถ้าไม่ร้องเรียนก็จบเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเป็นเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรมอะไร เพราะยังดูแลเลี้ยงดูได้ และหากเป็นการพรากผู้เยาว์ก็ผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่งอยู่แล้ว ต่อข้อถามถึงการคุกคามข่มขู่ผู้อื่นในสถานที่ราชการ ถือเป็นเป็นความผิดอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า นั่นเป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งสามารถเอาผิดได้ถ้าทำจริง แต่ตนตอบไปตามหลักกฎหมายไม่รู้ว่าเกิดจริงหรือไม่จริง อย่าไปชี้ว่าตนสรุปว่านพ.เปรมศักดิ์ผิดอย่างนั้นไม่ใช่ แต่แค่อยากฟังว่าจะแก้ตัวอย่างไร ถ้าไม่แก้ตัวเท่าที่ฟังรูปเรื่องถือว่าจบข่าว

