รมช.สธ. เล็งเพิ่มนทท.เกาะเสม็ด กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ กำชับอสม.อย่ายกสิทธิเที่ยวฟรีให้คนอื่น

รมช.สธ. เล็งเพิ่มนทท.เกาะเสม็ด กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ กำชับอสม.อย่ายกสิทธิเที่ยวฟรีให้คนอื่น

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมแกรนด์วิว รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่จ.ระยอง โดยเฉพาะเกาะเสม็ดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญว่า

นับตั้งแตได้เริ่มการผ่อนคลายมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนทุกคนปฎิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ ขณะที่บรรดาร้านอาหารต่างๆ มีมาตรการเสริมจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ที่ห้ามมีการเล่นดนตรีในร้าน และให้เที่ยวบนชายหาดได้แค่เวลา 18.00 น.ซึ่งทุกคนก็ปฎิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะให้เข้ามาเที่ยวในอุทยานฯ แบ่งเป็นพื้นที่เกาะเสม็ดให้เข้ามาประมาณ 2,700 คน ขณะที่เขาแหลมหญ้าและหาดแม่รำพึง แห่งละ 1,300 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นการคำนวณของแต่ละพื้นที่ แต่เกาะเสม็ดมีขนาดพื้นที่ที่กว้างขวางมาก ในอนาคตก็อาจจะมการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงคิดว่าอาจจะปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ในเดือนสิงหาคมนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึง แผนการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาจากการลงทะเบียนตามโครงการเที่ยวปันสุข ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาอย่างไร นายสาธิต กล่าวว่าตนจะมีการหารือกับผอ.อุทยานฯ จากนั้นจะไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้เกาะเสม็ดเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีอากาศถ่ายเท พื้นที่กว้างขวาง ขณะที่เรายังคงให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย จึงเเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ได้

นายสาธิต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด -19 ในประเทศไทย โดยภาพรวมถือได้ว่าเราแทบจะไม่มีความเสี่ยงอีกแล้ว ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เรามั่นใจว่าระบบที่มีอยู่ทั้งสถานที่กักกัน ที่ทั้งรัฐบาลกำหนดให้และที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งสามารถตรวจโรคจากบุคคลเหล่านั้นได้ แต่แนวทางเปิดประเทศท่องเที่ยวแบบจับคู่ระหว่างประทศ (ทราเวล บับเบิล) จากที่เราได้พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความเห็นว่าอาจจะต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะประเทศที่ต้องการมาจับคู่กับประเทศไทย อาทิ จีน และเกาหลีไต้ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องดูสถานการณ์ของเขาไปอีกสักระยะ ขณะเดียวกันในส่วนของประเทศไทยจะต้องพิจารณาจำนวนห้องพักในสถานที่กักกันด้วยว่าเพียงพอกับการเพิ่มจำนวนให้คนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย

นายสาธิต กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการให้ อาสามัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ได้รับสิทธิไปท่องเที่ยวฟรีในแพ็คเกจ ”กำลังใจ” นั้น มีหลักการให้บริษัทที่เป็นตัวแทนนำเที่ยว ต้องไปลงทะเบียน และต้องผ่านการตรวจสออบจากสภาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะส่งให้ อสม.เลือกบริษัทและโปรแกมเที่ยวเอง ทั้งนี้ขอให้อสม.ใช้สิทธิของตัวเอง หากผู้ใดไม่ใช้สิทธินี้ ก็ไม่ควรยกสิทธิให้คนอื่นใช้แทน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เน้นภูมิภาคช่วยโปรโมทกระโดดน้ำ หานักกีฬาหน้าใหม่เสริมทีมชาติ
บทความถัดไป“จุรินทร์”ปิดห้องเคลียร์ใจลูกพรรค ที่เกาะเสม็ด เดินหน้าปชป.ไปนั่งในใจประชาชนอีกครั้ง