เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต. ด้านกิจการบริหารกลาง กล่าวถึงการจัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยหน่วยงานของรัฐ ว่า สามารถทำได้ตามมาตรา 62 วรรคสอง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในกรณีพื้นที่ซึ่งมีความยากลำบากในการเดินทาง และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยหน่วยงานดังกล่าวจะจัดได้ต้องร้องขอเท่านั้น และกรรมการประจำเขตต้องอนุญาต ซึ่งการดำเนินการต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เป็นการจูงใจ หรือควบคุมผู้มีสิทธิออกเสียงไปออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มิฉะนั้นจะมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือศาลอาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กกต.ยังอำนวยความสะดวกผู้พิการทางสายตาด้วยการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับอักษรเบรล จำนวน 500 ฉบับ แจกจ่ายไป 48 องค์กร อาทิ โรงเรียนการศึกษาคนพิการตาบอดซ้ำซ้อน จ.ลพบุรี โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด แม่สาย จ.เชียงราย เป็นต้น รวมทั้งมีการจัดทำบัตรภาพที่มีคำถามเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และคำถามพ่วง ไว้สำหรับอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิด้วย รวมทั้งจัดทำบัตรทาบในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไปแสดงตนขอใช้สิทธิเซ็นชื่อผิดช่อง และมีการทำตัวอย่างลักษณะบัตรดี บัตรเสีย แจกให้กับกรรมการประจำหน่วย และอบรมให้ความรู้กับกรรมการนับคะแนน เพราะระหว่างการนับคะแนนถ้ามีการคัดค้านคณะกรรมการก็จะทำการวินิจฉัยบัตรได้
นายธนิศร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเกณฑ์การนับคะแนนนั้น ตามรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ยึดตามคะแนนที่มากกว่า โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิ หรือบัตรเสีย เนื่องจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนนั้นไปแล้ว ดังนั้นหากคะแนนเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมีมากกว่าไม่เห็นชอบ กฎหมายก็กำหนดให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ทั้งนี้ กกต.ก็อยากให้คนออกมาใช้สิทธิให้มาก เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการชี้ชะตาอนาคตของชาติ

