วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในคดีบิดเบือนจดหมายร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพิ่มเติมว่า ในส่วนของฝ่ายทหารได้อาศัยอำนาจของ คสช.ดำเนินการเพราะมีการแจ้งความร้องทุกข์กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากเข้าข่ายผิด ม.116 สร้างความยุงยง ปลุกปั่น ซึ่งเข้าคดีความมั่นคง ทางทหารจึงใช้วิธีเชิญตัวมาเพื่อสอบปากคำ โดยการให้อ่านหนังสือแล้วก็เชิญมาเลยเพราะค่อนข้างเร่งด่วน และใช้อำนาจในการควบคุม 7 วัน เพื่อให้ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนสอบสวนและพิจารณาว่าจะส่งเรื่องมาร่วมกับทางตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งทำคดีเกี่ยวกับ พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) พ.ศ.2559 ในพื้นที่ หากส่งมาก็ต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากที่กองปราบปรามขอให้ดำเนินคดีทั้งหมด
“อย่างที่บอกว่าเราแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ ผู้บงการ ผู้ผลิตจดหมายบิดเบือน เดินสายส่งจดหมาย ทำลายเอกสาร-ผู้ช่วยเหลือซ่อนเร้น และผู้ช่วยเหลือสนับสนุนด้านอื่น คือยังมีตัวละครอีกมาก และเรามีชื่อครบหมดแล้ว แต่บางคนที่มีสถานะเด็กๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็กันไว้เป็นพยาน แต่พวกลูกจ้างหรือพนักงานข้าราชการท้องถิ่น โดยเฉพาะในเทศบาลตำบลช้างเผือก ที่ทำหน้าที่สายส่งก็ต้องออกหมายจับเพิ่ม เพราะไปทำในบริษัทเชียงใหม่ ทัศนาภรณ์ จำกัด ซึ่งเจ้าหน้าที่เจอหลักฐานถูกทำลาย ทั้งเผา ซอยเอกสาร และนำไปเผาอีกครั้ง รวมทั้งนำไปทำเป็นหมอนหนุนกันกระแทกในกล่องส่งของ ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกอย่างที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม หลักฐานมากจึงใช้เวลาเยอะมาก” พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ยังคงเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ อีกหลายจุด เพื่อตรวจสอบหลักฐาน ตามรายชื่อที่เรามี เพื่อตรวจยึดพยานหลักฐานกลับมาตรวจสอบให้ได้มากที่สุด และเพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิดในช่วงนี้ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความปลอดภัย โดยบูรณาการร่วมกับทหารและปกครองในลักษระเดียวกับการเลือกตั้ง จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเก็บภาพและชุดสืบสวนสอบสวนเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบ หรือการกระทำผิดกฎหมายทั้งก่อนและในห้วงการออกเสียงประชามติ
อย่างไรก็ตามในเวลา 14.30 น.กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และปกครอง เข้าค้นห้องทำงานนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่บริเวณชั้น 4 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดฮาร์ดดิสก์วงจรปิด-คอมพิวเตอร์ จำนวน 3 ชุด ไปตรวจสอบข้อมูลที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องทางคดี และยังเข้าตรวจสอบที่เทศบาลตำบลช้างเผือกซ้ำอีกครั้ง

