หน้าแรก การเมือง คนปชป. ลุกโต้...

คนปชป. ลุกโต้ ‘อันวาร์’ พรึบ! ‘ถาวร’ กระตุก อย่าพูดลอยๆ ‘ธนา’ สวน คนอื่นก็ล้วนเจ็บปวด

19.07.20 | 14:57 น.
สมาชิกปชป. ลุกโต้ “อันวาร์” พรึบ!

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคปชป. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตนขอชี้แจงในฐานะที่ถูกพาดพิงว่า ตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ถูกรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสั่งซ้ายหันขวาหัน จนไม่มีผลงาน ทำให้ภาพเป็นภาพรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงานว่า ตนเป็นรัฐมนตรีที่กรรมการบริหารพรรคมีมติให้ไปเป็น ถือว่ามีศักดิ์ศรีของความเป็นปชป.ที่ฝากไว้กับตน ไม่มีใครสั่งตนซ้ายหัน ขวาหันได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เวลาที่นายอันวาพูด ท่านต้องพูดให้ชัด อย่าพูดลอยๆ ต้องมีข้อเท็จจริงว่า รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสั่งนายถาวรให้ซ้ายหันเวลาไหน และสั่งให้ขวาหันเมื่อไหร่ เวลาใด หลักการอยู่ร่วมกันต้องให้ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน และนโนบายของรัฐบาล ถ้าตนไม่มีผลงานไม่ได้เกิดจากการสั่งซ้ายหันขวาหัน แต่เป็นเรื่องของการไม่มีความสามารถของตนเอง ทั้งนี้ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการประเมินผลงานของคนเป็นรัฐมนตรี ซึ่งไม่ว่าผลออกมาอย่างไร จะสอบตก หรือสอบผ่านตนก็พร้อมยอมรับ

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก พรรคปชป. กล่าวว่า แม้นายอันวาร์จะพูดพาดพิงถึงตนในสิ่งที่ชื่นชม แต่ตนขอย้ำว่า ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนถึงสิ่งที่นายอันวาร์นำมาพูดในวันนี้ ทั้งนี้ การที่ไปพาดพิงนายจุติ ไกรฤกษ์ รัมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และอดีตเลขาธิการพรรคปชป. นั้น ว่าเป็นผู้ทำให้พรรคปชป.ล้มเหลวในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และทำงานในฐานะรัฐมนตรีไม่ได้ ตนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายอันวาร์พูด และคิดว่า ไม่ควรกล่าวโทษนายจุติเพียงอย่างเดียว เพราะการที่พรรคจะชนะ หรือแพ้การเลือกตั้ง ไม่ควรไปยกว่าเป็นผลจากใครคนใดคนหนึ่ง และการที่ไปกล่าวหาว่านายจุติทำงานไม่ดีนั้น ตนก็เห็นใจนายจุติ อย่างไรก็ตาม ตน และนายจุติ เป็นส.ส.ภาคเหนือ ร่วมกันทำงานมานาน ก็ยืนยันว่าเราทำงานเป็นพี่เป็นน้องกันมาโดยตลอด ตนจึงมาขอชี้แจงเรื่องนี้ เพราะเป็นการพูดให้นายจุติเสียหาย

ด้านนายธนา ชีรวินิจ อดีตส.ส.กทม. พรรคปชป. และผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงแค่นายอันวาร์ที่รู้สึกเจ็บปวด แต่ยังมีตน และอีกหลายๆคนที่เจ็บปวดเช่นกัน แต่ก็ไม่ตำหนิว่าเป็นเพราะใคร และหันมาร่วมกันสร้างพรรคให้เข้มแข็ง ดังนั้น ตนจึงรู้สึกเสียใจที่นายอันวาร์พูดพาดพิงถึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานที่ไปลงชื่อคัดค้านนายอันวาร์ว่าเป็นคนที่สอบตก ได้คะแนนมาไม่กี่ร้อยคะแนน ไม่เหมือนกับนายอันวาร์ที่ได้มาเป็นหมื่นเสียง ตนคิดว่า ไม่ควรดูถูกด้วยคะแนนเสียง เพราะไม่ว่าคนที่สอบได้ หรือสอบตก ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ การพูดเรื่องเดียวกัน ในช่วงเวลาที่ต่างกัน ความหมายก็จะไม่เหมือนกัน เหตุใดจึงไม่พูดในการสัมนาระหว่างรับมนตรี และส.ส.ของพรรค แต่กลับตั้งใจทำข้อมูลมาพูดต่อหน้าสื่อในวันนี้ ตนจึงไม่แน่ใจว่านายอันวาร์ต้องการอะไรกันแน่ หยิบเรื่องของรัฐมนตรีทุกคนของพรรค มาพูดตำหนิทุกอย่าง ตอนนี้ทุกคนในพรรคพยายามจับมือไปด้วยกัน แต่นายอันวาร์กลับไม่พยายามจับมือ และเปิดเผยให้ทุกคนเห็นสถานะ ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ช่วยพรรค แต่เป็นการทำลายพรรคให้ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

จากนั้น เข้าสู่วาระการเลือกตั้งเหรัญญิกพรรคคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างหลังจากที่นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ในที่ประชุมมีการเสนอชื่อนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ อดีตส.ส. กทม. พรรคปชป. และในการลงคะแนน เพื่อตำแหน่งดังกล่าว ได้ใช้วิธีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เลือกนายสุทธิเป็นเหรัญญิกพรรคปชป.คนใหม่

ต่อมาเป็นวาระอื่นๆซึ่งประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิก คนอื่นกล่าวชี้แจงในเรื่องต่างๆนะโดยนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส. กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้แถลงความเละเทะของการสร้างสภาใหม่ ไม่รู้ว่าไปแทงใจดำใครบ้าง ตนก็แสดงความคิดเห็นและไปร้อง ป.ป.ช. ตามปกติ แต่ก็เกิดปัญหาที่พรรค มีหัวหน้าพรรคพรรคหนึ่ง มาบอกว่าหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเขาด่าลูกพรรคไปแล้วที่แถลงข่าว และตนก็ไม่รู้ว่าใครส่งไลน์ไป และไม่มีการยอมรับหรือปฏิเสธ หลังจากนั้นก็มีญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ตนยืนยันมาตลอดว่าชอบตรวจสอบอิสระ เพราะไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วจะฮั๊วะกันยังไง แต่วันนั้นในที่ประชุมพรรคมีคนจะเสนอตนเป็นกมธ. ตนก็ยืนยันว่าไม่เอา แต่ก็มีมติว่าให้ตนเป็นกมธ. แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึง 2 ทุ่มมีคนมาบอกว่าขอเปลี่ยนตัว แต่ตนขอให้ทำตามหลักการคือเปลี่ยนในที่ประชุมพรรค ตนไม่รู้ว่าประธานวิปพรรคปชป.เป็นใครและใหญ่มาจากไหน และถามกลับว่าคนที่เปลี่ยนแทนตนได้เข้าประชุมหรือเปล่า มีโจรคนไหนอมน้ำมนต์มา ไม่อยากบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้มันส่อว่าอยู่ใต้อาณัติใคร ทั้งนี้ ตนขอให้ที่ประชุมพรรคยึดหลัก สิ่งที่พูดไปต้องทำจริง ไม่ใช่วันนี้ยอยู่ดีๆ ไปประกาศว่าพรรคมีข้อบังคับมีบทลงโทษ แต่ทำเฉพาะบางคน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องทุจริตที่เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขร่วมรัฐบาล แล้วเวลามีข่าวทุจริตพรรคเคยแสดงความคิดเห็นสักครั้งหรือไม่ เห็นสงบเสงี่ยมเจียมตัวดี บอกว่าเป็นพรรคเล็กทำอะไรต้องเกรงใจแกนนำ แต่เราต้องยึดความถูกต้อง อะไรที่ใช้ไม่ได้ ต้องบอกว่าใช้ไม่ได้ บางคนอาจจะบอกว่าวันนี้เสียงพรรคยังดี แต่แหล่งที่มาไม่เหมือนกัน ตนลงพื้นที่ไม่น้อยกว่าคนอื่น ถ้าเรายังยึดนโยบายแบบนี้ถามว่ามันจะดีจริงไหม ถ้าเราตามเขาไปถึงพริกถึงขิง คนที่เริ่มวิจารณ์พรรคเรามีความรู้ มีฐานะ คนเหล่านี้เป็นฐานเสียงพรรคเรา แต่เขาเริ่มไปที่อื่น และค่อนข้างวิจารณ์เรา

Advertisement

จากนั้น อดีตส.ส.กทม. พรรคปชปและ สมาชิกพรรคส่วนหนึ่ง  ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคขอกรรมการบริหารพรรคขอให้เปลี่ยนโลโก้พรรคในเพจและสื่อออนไลน์ ให้กลับไปเป็นโลโก้พรรคแบบเดิมตามกฎหมาย เพราะจากที่เสนอให้เปลี่ยนโลโก้พรรคโดยตัดภาพรวงข้าว และพุทธภาษิตออกไปนั้น สมาชิกพรรคจำนวนมากไม่เห็นด้วย และไม่ผ่านประชาพิจารณ์ภายในพรรค อีกทั้งยังอาจผิดกฎหมายพรรคการเมือง รวมถึงขัดข้อบังคับของพรรค เพราะเพจที่แสดงสัญลักษณ์ของพรรคปชป.ต้องใช้สิ่งที่จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย

ด้านนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ในฐานะที่ตนดูแลฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของพรรคขอรับไปพิจารณาว่าเรื่องนี้ขัดข้อบังคับพรรคหรือไม่ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพรรคไม่ได้เปลี่ยนโลโก้ แต่การนำไปใช้ในบางพื้นที่ อาทิ การทำเสื้อ หรือสัญลักษณ์ อื่นฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วว่านำไปใช้ได้ แต่ถ้าอยู่ในเฟซบุ๊กหรือสื่อออนไลน์ของพรรค อันนี้ก้ำกึ่ง จึงต้องให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคพิจารณา ส่วนการทำของที่ระลึกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่เอกสารสำคัญที่ส่งต่อ กกต.

จากนั้นนายจุรินทร์ จึงแจ้งที่ประชุมว่า หมดวาระการประชุมแล้ว และขอปิดประชุม