สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ : โดย ขรัวตาขำ

สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ : โดย ขรัวตาขำ

สงครามโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ นำไปสู่ชีวีวิถีใหม่ ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตส่วนรวม ชีวิตประเทศ อย่างไม่หยุดยั้ง บางประเทศอย่างไทยก็เหมือนนำไปสู่วิถีชีวิตเก่า คือเศรษฐกิจพอเพียง พอกินพออยู่ อยู่กับความจริง เหมือนดังล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ชี้ทางบรรเทาทุกข์ ให้อยู่รอดนับนานกว่าหลาย 10 ทศวรรษต่อเนื่องกัน

ค่าที่เราเรียนรู้อย่างฉาบฉวย ใช้จ่ายล่วงหน้าไม่บันยะบันยัง เพ้อเจ้อเรื่อยเจื้อยกับสิ่งที่มาไม่ถึง วิถีชีวิตดั้งเดิมซึ่งอิงแอบแนบชิดกับธรรมชาติ จึงถูกทอดทิ้งไปโดยเจตนา รู้ตัวแต่ละที ทำอะไรไม่ถูก หาทางกลับบ้านไม่เจอะ ยังล่องลอยตามโรคที่มากับสายลม

ความจริง เรามีสิ่งที่เตือนสติอยู่ตลอดเวลา

ท่านหนึ่ง เป็นเมธีเศรษฐศาสตร์แห่งจุฬาฯ ศาสตราจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร ติงเตือนไว้ง่ายๆ ว่า

“ตอนนี้ ทั่วโลกติดลบเหมือนกันหมดทุกประเทศ ต้องช่วยเหลือประเทศของเขาก่อน การคาดหวังว่าจะเข้ามาแล้วฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดี อาจเป็นเรื่องค่อนข้างยาก”

ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย วิรไท สันติประภพ ผู้ปฏิเสธตำแหน่งอีกครั้งในอนาคต พูดถึงความเปลี่ยนแปลงว่า

“เหตุผลหลักที่ทำให้เกิดความผันผวน คือ ปัจจัยในประเทศและปัจจัยจากต่างประเทศ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย หมายถึง ธนาคารชาติ) จึงทำให้มีผลต่อค่าเงินค่อนข้างมาก”

“เรื่องเงินไหลออก ยังไม่มากจนเกิดผลกระทบ อยากให้มีการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยที่มาจากผลกระทบภาคการท่องเที่ยว และเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน จึงกระทบทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค”

ถ้าข้อติงเตือนเหล่านั้นยังดังไม่พอ

เสียงดังจากรัฐบาลจะดังพอ ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันไหม?

อาทิ

ประหยัดมัธยัสถ์ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงเป็นรูปธรรม เช่น งบประมาณเพ้อเจ้อ ไร้สาระ เป้าหมายอยู่ที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงลูกเดียว

หรือการธำรงอยู่ของปัจจัย 4 ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรคตามปกติ

ปกติในที่นี้ คือ ถ้าค้ากำไรเกินควรจนเกินไป ประชาชนรับไม่ได้ รัฐผู้เกี่ยวข้องต้องพยุงราคาให้อยู่ตัว ให้ชาวบ้านย่านตลาดส่วนใหญ่รับได้

เช่น ข้าว ไข่ หมู เป็นต้น ไม่เอาคนส่วนใหญ่เป็นตัวตั้ง จะเอาอะไร?

ไม่เอาคนส่วนใหญ่อยู่รอด ใครจะอยู่

เราต่างทนอยู่กับปัจจุบัน ก็เพื่ออนาคต

ที่จะอยู่ดีกินดี ด้วยวิถีที่รู้เจียมรู้ถ่อม รู้ทันกับความใหญ่โตแต่บวมฟ่าม รู้ถึงความพอตัวที่อยู่ได้ ตรวจตราดูแลให้สะอาดและมีอนาคต

ไม่มีอนาคตอย่างวันนี้แล้ว จะอยู่ไปฉันใด?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้Mini World เกมนำกระแสการเรียนรู้ เพื่อเป็นสื่อการสอนในโรงเรียน
บทความถัดไปนิวส์โน้ต 25ก.ค.2563 : สูตรอลเวง